ลำบากลำบนทัวร์ ทริปที่ 66 สรงน้ำพระธาตุเมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

นุ บางบ่อ

นุ บางบ่อ

นุ บางบ่อ 227 post in this blog.

เพราะโลกนี้แตกต่าง คนเราจึงต้องเดินทาง

ทุกคนเท่าเทียมกันหมด ที่นี่ไม่มีของขาย มีเงินก็ใช้ไม่ได้ ที่นี่มีแต่ธรรมชาติ ความสงบ ความสวยงามท่ามกลางจุดหมายปลายทางเดียวกัน ทริปนี้เราจะไปทำบุญกันครับ 

แต่ขออนุญาตแจ้งรายละเอียดก่อนนะครับ การกินอยู่ในระหว่างการเดินทาง เป็นไปอย่างเรียบง่ายนะครับ กินในแพ นอนในแพ ไม่ได้มีห้องหับอะไรให้ แต่มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำให้อาบอย่างสะดวก และปลอดภัย ผู้ที่จะไปต้องเตรียมชุดขาวไปด้วยนะครับ  เราจะต้องอยู่ในแพกันเกือบ 2 วัน 1 คืน กันเลยทีเดียว ทางแพก็มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าน้ำมันค่อนข้างมาโขอยู่ แต่ราคาที่ผมได้กำหนดขึ้นนั้นก็สมเหตุสมผลนะครับ ทริปนี้ผมเองก็ไปทำบุญเหมือนกัน ผมเคยไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว รู้สึกประทับใจมาก ตามที่ได้เขียนบรรยายไว้ในเว็บไซต์นั้นไม่ได้มีอะไรเกินเลยความจริงไปแม้แต่น้อย ปีนี้ผมเลยอยากจะพาท่านๆ ไปแสวงบุญในที่ๆ น้อยคนนักจะมีโอกาสได้เข้าไป เพราะต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าหลายเรื่องครับ สนใจรีบแจ้งกันเข้ามานะครับ  รบกวนโอนค่าเดินทางเข้ามาด้วยนะครับ เพื่อผมจะโอนต่อให้ทางแพเขานะครับ (ปีนี้มีผู้สนใจจากสายบุญอื่นร่วมเดินทางกันมาก ทางแพรับได้เพียง 150 ท่าน และจะเปิดโอกาสให้กับผู้ที่จองก่อนเท่านั้นนะครับ ทริปนี้เต็มแล้วเต็มเลยนะครับ ไม่สามารถรับเพิ่มได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายอย่างครับ) ทางแพก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมากเช่นกัน เขาก็ไม่ได้กำไรอะไรครับ จึงต้องมีการจำกัดผู้ร่วมเดินทาง ถ้าไปกันมากทางแพก็มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นอีก เขาจึงรับได้แบบจำกัดครับ 

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

เมืองสร้อย ชื่อนี้ฟังดูอาจจะไม่คุ้นหูกันนัก เนื่องจากเป็นเมืองที่มลายสาบสูญไปเกือบ 100 ปี เมืองสร้อยตั้งอยู่ทางด้านเหนือเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก ขึ้นไปตามทะเลสาบแม่ปิงเป็นระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ไม่มีทางรถยนต์เข้าถึง การเดินทางไปนั้นต้องใช้เรือหรือแพลากจูง หากเป็นแพหลังใหญ่เหมือนอย่างที่ผมใช้เป็นพาหนะอยู่ในขณะนี้ จะใช้เวลาถึง 7 ชั่วโมง  และหากเป็นฤดูกาลอื่นที่ไม่ใช่ฤดูแล้ง แพสามารถเดินทางไปถึง จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ ตอนล่างบริเวณดอยเต่าได้เลยทีเดียว  ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่าเมื่อ 1,300 ปีก่อน เมืองสร้อยเป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองมาก ด้วยตัวเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงสายน้ำที่ใสสะอาด มีความอุดมสมบูรณ์สงบร่มเย็นเป็นปกติสุข และเป็นเมืองที่มากมายไปด้วยผู้คนอันมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ดินแดนพุทธภูมิริมสายน้ำแห่งนี้จึงประกอบไปด้วยวัดวาอารามมากมายถึง 99 วัด

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

โปรแกรมการเดินทาง 3 วัน 3 คืน

วันศุกร์ที่ 7 เมษายน 2560

22.00 น. ผู้ร่วมเดินทางพร้อมกันที่ Big C สะพานควาย
22.15 น. ออกเดินทางไปสู่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก
รถตู้จะขับแบบช้าๆ เนื่องจากต้องการให้ไปถึงในเวลารุ่งสางพอดี…ราตรีสวัสดิ์ครับ

วันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2560

06.00 น. รับประทานอาหารเช้าแบบง่ายๆ ณ ตลาดเช้าเขื่อนภูมิพล
07.00 น. ลงแพที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก (แพขนาดใหญ่ได้มาตรฐานความปลอดภัยครับ)ชมความงดงามของธรรมชาติบนผิวน้ำของทะเลสาบเขื่อนภูมิพล รับรองครับธรรมชาติที่นี่สวยงามมากๆ และมีอากาศสดชื่นเย็บสบาย ไม่ร้อนครับรับประทานอาหารเที่ยงแบบบุฟเฟ่ต์บนแพ ทางแพเป็นผู้ดูแลจัดการให้ครับ ท่ามกลางทัศนียภาพที่งดงามของธรรมชาติ
16.00 น. แพได้เดินทางมาถึงบริเวณเมืองสร้อย ดินแดนพุทธภูมิอันเก่าแก่ที่น้อยคนนักจะได้มีโอกาสเดินทางมาถึง ในเวลานี้เมืองสร้อยและพระธาตุแก่งสร้อยจะโผล่พ้นผิวน้ำ สาบน้ำปิงจะลดลงไปให้เห็นเป็นแนวโค้งไปมาสวยงามยิ่งนัก  เมืองสร้อยปัจจุบันคือเมืองร้าง แต่ทว่าในอดีตนั้นเคยเป็นเมืองรุ่งเรืองมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา และมีเรื่องเล่าขานต่างๆ มากมายถึงความศักดิ์สิทธิ์ลี้ลับของเมืองร้างแห่งนี้
18.00 น. รับประทานอาหารค่ำร่วมกันพักผ่อนตามอัธยาศัย หรือจะเดินเล่นดูธรรมชาติของเมืองสร้อยที่โผล่พ้นผิวน้ำได้ตามอัธยาศัยพักผ่อนราตรีสวัสดิ์ นอนหลับฝันดีบนแพ

วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2560

06.00 น. ตื่นขึ้นมาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า ชื่นชมทัศนียภาพเมทืองสร้อยเหนือสายน้ำปิงรับประทานอาหารเช้าจากนั้นเป็นกิจกรรมร่วมทำบุญตามลำดับพิธีการของทางวัดพระธาตุแก่งสร้อย โดยมีพิธีสำคัญอยู่ที่รถวายผ้าพระบฏผืนยาวสีเหลืองเพื่อนำไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์มีการตกแต่งพู่ห้อยแพรพรรณลวดลายดอกไม้สวยงาม แสดงออกถึงแรงศรัทธาอย่างตั้งใจและการสรงน้ำพระธาตุแก่งสร้อย ที่ประดิษฐานอยู่กลางทะเลสาบแห่งนี้รับพรจากพระอาจารย์ที่เดินทางมาร่วมพิธีฯ
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยงเดินทางกลับสู่เขื่อนภูมิพล ทางแพ เช่นเดียวกับขามา
17.00 น. เดินทางถึงเขื่อนภูมิพล  ขนสัมภาระขึ้นรถตู้
รับประทานอาหารจากนั้นเดินทางต่อไปยัง อ.แม่สอด เมืองเศรษฐกิจชายแดนไทยพม่า
19.30 น. เชคอินเข้าโรงแรมที่พัก
21.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย

วันจันทร์ที่ 10 เมษายน 2560

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ร้านอาหารเช้าแบบท้องถิ่น หรือ ที่โรงแรมที่พัก (จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ)
09.00 น. ออกเดินทางข้ามไปยังเมืองเมียวดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
เที่ยวชม “วัดชเวเมียนโหว่นเซตี้” วัดคู่บ้านคูเมืองเมียวดี เป็นที่ประดิษฐานพระมหามุนีย์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของมียนม่าร์
จากนั้นไปต่อที่วัดมิเจากง (วัดจระเข้) ชมจระเข้ปูนปั้นขนาดใหญ่ที่นอนแบกหอไตรอยู่กลางสระน้ำ ต่อไปยัง วัดเจ้าโหล่งจี (วัดก้อนหินใหญ่) วัดนี้ชาวเมียนมานิยมมาขอพร ยกก้อนหินเสี่ยงทายกัน และปิดท้ายด้วยการเดินเที่ยวชมตลาดบุเรงนอง สัมผัสวัฒนธรรมของชาวเมียนมา เลือกซื้อผลไม้ และขนม ไปเป็นของฝากกันอย่างจุใจ
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร
เรียบร้อยแล้วออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
รับประทานอาหารค่ำที่ จ.นครสวรรค์
21.00 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและประทับใจ

ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

  • สำหรับผู้ที่เดินทางโดยรถตู้ ที่เราได้จัดไว้ให้

(การจัดที่นั่งเป็นไปตามลำดับอายุนะครับ ทริปนี้เราไปทำบุญกันแบบสบายๆ ค่อยๆ ไป มีน้ำใจต่อกันครับ สบายๆ)

ท่านละ  3,900 บาท (ค่าใช้จ่ายนี้ถือว่าราคาถูกมากๆ ครับ หากท่านเดินทางไปจะเห็นว่าทางแพมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ทั้งค่าน้ำมัน และอาหาร รวมทั้งอื่นๆ รายทาง แต่ทางแพก็มีความยินดีครับเพราะต้องการให้ประเพณีได้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ฉะนั้นท่านสามารถทำบุญเพิ่มเติมร่วมกับทางแพได้ตามกำลังศรัทธาท่านได้ในวันเดินทางครับ หรือไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรครับ)

  • สำหรับท่านที่ขับรถยนต์ไปร่วมสมทบที่เขื่อนภูมิพล

กรุณาติดต่อ นุ บางบ่อ เพื่อสำรองที่นั่งบนแพ

ท่านละ 1,000 บาท เพื่อผมจะส่งให้กับทางแพ เป็นค่าร่วมสมทบทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ของทางแพ นะครับ

หมายเหตุ

รับสมัครเพียง 15 ท่าน เท่านั้นนะครับ เต็มแล้วเต็มเลยนะครับ เพราะมีสายทัวร์บุญอื่นๆ เขาร่วมเดินทางด้วยครับ ต้องแบ่งโควต้าบนแพกันไปครับ

ค่าใช้จ่ายนี้รวม

  • ค่ารถตู้ Vip 10 ที่นั่ง (จากกรุงเทพฯ ไป – กลับ)
  • ค่าแพล่องไปยังเมืองสร้อย (ไป-กลับ)
  • ค่าอาหารแบบง่ายๆ นะครับ  9 มื้อ
  • ค่าธรรมเนียมการข้ามแดน
  • ค่าบริการรถยนต์ข้ามแดน พาเที่ยวชมเมืองเมียวดี

วิธีการสมัคร

  1. ชำระค่าเดินทาง 3,900 บาท / ท่าน ได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  เลขที่บัญชี 111-2300-14-8   สาขาสำนักรัชโยธิน  ชื่อบัญชี นายนุกูล  นาคถนอม
  1. โทร.แจ้งชื่อผู้ร่วมเดินทางได้ที่ 080 423 1122
  2. รบกวนท่านผู้ร่วมเดินทางชำระค่าสมัคร จำนวน 1,000 บาท ก่อน เพื่อเป็นค่ามัดจำการเดินทางแน่นอน  ที่ต้องเร่งดำเนินการจองก่อน เนื่องจากมีผู้สนใจหลายท่าน แต่ทางแพไม่สามารถรับได้ เพราะเป็นทริปการกุศล ทางแพขอค่าจ่ายต่อท่านเป็นบางส่วนเท่านั้น หากเป็นราคาแบบธุรกิจราคาจะสูงกว่านี้ครับ เพราะฉะนั้นผมต้องรีบโอนให้ทางแพเพื่อเป็นการจองครับ  

ความงดงามของเมืองสร้อย คลิกที่นี่ครับ

รายชื่อผู้ร่วมเดินทาง

เดินทางโดยรถตู้ Vip 10 ที่นั่ง 

  1. นุ  บางบ่อ
  2. แม่ประมวล
  3. แม่ประมวล
  4. แม่ประมวล
  5. แม่ประมวล
  6. คุณพชรมล
  7. คุณอ้อย (คุณปอย)
  8. คุณอ้อย (คุณปอย)
  9. คุณอ้อย (คุณปอย)
  10. คุณอ้อย (คุณปอย)
  11. คุณมนัสนันท์ (พี่น้อย)
  12. คุณเอกพงศ์
  13. คุณสมพิศ
  14. เด็กชายพงศ์สถิต
  15. คุณปิยวรรณ์
  16. คุณปิยวรรณ์
  17. คุณปิยวรรณ์

รถยนต์ส่วนตัว รอร่วมเดินทางอยู่ที่เขื่อนภูมิพล (พบกันเวลา 06.30 น. วันที่ 8 เมษายน 2560 บริเวณลานจอดรถยนต์ก่อนขึ้นสันเขื่อนฯ นะครับ)

  1. คุณพัชรินทร์
  2. คุณพัชรินทร์
  3. คุณสุชาดา
  4. คุณสุชาดา
  5. คุณบังอร (แกละ)
  6. คุณศักดิ์ชัย (พี่ไก่)
  7. น้องเอิร์น
  8. เพื่อนคุณบังอร (แกละ)
  9. เพื่อนคุณบังอร (แกละ)
  10. เพื่อนคุณบังอร (แกละ)
  11. คุณธัชชัย
  12. คุณดลฤดี
  13. น้องกุน
สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

สรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองสร้อย ดินแดนลึกลับใต้บาดาลแห่งลุ่มแม่น้ำปิง

ประวัติเมืองสร้อย

เมืองสร้อย ชื่อนี้ฟังดูอาจจะไม่คุ้นหูกันนัก เนื่องจากเป็นเมืองที่มลายสาบสูญไปเกือบ 100 ปี เมืองสร้อยตั้งอยู่ทางด้านเหนือเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก ขึ้นไปตามทะเลสาบแม่ปิงเป็นระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ไม่มีทางรถยนต์เข้าถึง การเดินทางไปนั้นต้องใช้เรือหรือแพลากจูง หากเป็นแพหลังใหญ่เหมือนอย่างที่ผมใช้เป็นพาหนะอยู่ในขณะนี้ จะใช้เวลาถึง 7 ชั่วโมง และหากเป็นฤดูกาลอื่นที่ไม่ใช่ฤดูแล้ง แพสามารถเดินทางไปถึง จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ ตอนล่างบริเวณดอยเต่าได้เลยทีเดียว ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่าเมื่อ 1,300 ปีก่อน เมืองสร้อยเป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองมาก ด้วยตัวเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงสายน้ำที่ใสสะอาด มีความอุดมสมบูรณ์สงบร่มเย็นเป็นปกติสุข และเป็นเมืองที่มากมายไปด้วยผู้คนอันมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ดินแดนพุทธภูมิริมสายน้ำแห่งนี้จึงประกอบไปด้วยวัดวาอารามมากมายถึง 99 วัด

ตำนานของเมืองสร้อยยังมีความเกี่ยวเนื่องถึงสมัยพระนางจามเทวี พระราชธิดาของพระเจ้ากรุงละโว้ ในอดีตแม่น้ำปิงคือเส้นทางคมนาคมสายหลักที่เชื่อมโยงอำนาจและอารยธรรม ระหว่างอาณาจักรล้านนา และศูนย์กลางอำนาจแห่งที่ราบลุ่มเจ้าพระยาเข้าด้วยกัน การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่แห่งสายน้ำปิงที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้ช่วงหนึ่งคือ ขบวนเสด็จของพระนางจามเทวี ขณะมีพระชนมายุเพียง 22 พรรษา และขณะนั้นทรงพระครรภ์ได้ประมาณ 3 เดือน จำต้องอำลาพระสวามีนำข้าราชบริพาร บัณฑิต พระเถระ และ ช่างฝีมือต่างๆ รวม 7,000 คน เสด็จทางเรือทวนสายน้ำปิง รอนแรมผ่านขุนเขาเป็นเวลานานกว่า 7 เดือน เพื่อไปสร้างนครแห่งใหม่นามระบือไกล “หริภุญไชย” หรือ เมืองลำพูนในปัจจุบัน

การเสด็จของพระนางครั้งนั้น ทำให้มีเรื่องราวเล่าขานเป็นตำนานพื้นบ้าน ที่ยังคงอยู่คู่สายน้ำปิงมาจนถึงปัจจุบันเช่น ชาวเมืองตากเล่าว่า เมื่อครั้งที่ขบวนเสด็จของพระนางจามเทวีได้เคลื่อนมาถึงตอนหนึ่งของแม่น้ำปิง เกิดมีลมพายุทำให้เรือสำเภาล่ม เสบียงข้าวของเปียกน้ำเสียหาย พระนางจึงสั่งให้หยุดขบวนแล้วนำข้าวของในเรือสำเภาที่ล่มขึ้นมาตากแดดบนหาดทรายทั้งสองฟากฝั่งลำน้ำ ตรงจุดนั้นจึงได้ชื่อว่า บ้านตากตก และ บ้านตากออก ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตอำเภอบ้านตาก และจุดที่สำเภาล่มก็เรียกว่า เกาะตะเภา ในท้องที่ อ.บ้านตาก เช่นกัน

ทุกสรรพสิ่งล้วนอนิจจังมีเกิดขึ้นและดับไป เมืองสร้อยก็เป็นเฉกเช่นเดียวกันมีวันเวลาที่ได้เกิดขึ้นไปจนถึงความรุ่งเรืองถึงขีดสุดและได้เสื่อมสลายลงเมื่อประมาณ 100 ปีก่อนด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ ต่อมาถึงห้วงเวลาแห่งการสร้างเขื่อนภูมิพลเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้งและเพื่อการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการของผู้คนส่วนใหญ่ ผู้คนที่เป็นเพียงส่วนน้อยในเมืองสร้อยจึงจำต้องเสียสละ ด้วยการทอดทิ้งผืนแผ่นดินอันเป็นที่รักอย่างหวงแหน ไปยังดินแดนใหม่ทางด้านใต้เขื่อนที่กำลังจะได้เปิดใช้งาน ช่วงเวลานั้นร่องรอยอดีตความรุ่งโรจน์ของเมืองสงบริมสายแม่น้ำปิง ได้ถูกลบกลบกลืนด้วยความใสสะอาดฉ่ำเย็นของแม่น้ำปิงทีละเล็กทีละน้อย จนในที่สุดเมืองสร้อยทั้งเมืองได้จมหายลับไปกลายเป็นเมืองลี้ลับสาบสูญไปใต้บาดาล ไม่มีใครได้พบเห็นเมืองนี้อีกแม้กระทั่งผู้คนที่จากมา หลงเหลือไว้เพียงความทรงจำแต่หนหลังเป็นตำนานบอกเล่าไปสู่ลูกหลานว่า “แต่เก่าก่อนนี้นั้นเคยมีเมืองหนึ่ง ที่มีความสวยสงบงามผู้คนศรัทธาในพระพุทธศาสนาตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง เป็นเมืองที่ใครได้ไปเยือนแล้วจะมีความสุข แต่ปัจจุบันไม่มีเมืองนั้นแล้ว คงหลงเหลือไว้เพียงวัดๆ หนึ่งชื่อวัดพระธาตุแก่งสร้อย เนื่องจากตั้งอยู่บนที่สูงเป็นเสมือนสมบัติล้ำค่าชิ้นสุดท้ายเหนือเขื่อนภูมิพล ยังคงหลงเหลือไว้เป็นพยานหลักฐานว่า ที่นี่เคยเป็นเมืองใหญ่มาก่อน”

More from my site

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedin
นุ บางบ่อ

นุ บางบ่อ

เพราะโลกนี้แตกต่าง คนเราจึงต้องเดินทาง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>