นครธม-บายน อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ (รวมภาพ)

พายุทราย พรายทะเล

พายุทราย พรายทะเล

พายุทราย พรายทะเล 43 post in this blog.

นครธมเป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์

นครธมเป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์

นครธมเป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ นครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาท ในยุคที่พระองค์เจริญวัยกระทั่งก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์เป็นยุคที่อาณาจักรอันเข้มขลังแห่งนี้มีเรื่องราวมากมายให้ศึกษา เริ่มตั้งแต่สงคราม ศาสนา สถาปัตยกรรม และรูปเคารพ ซึ่งเจริญรุ่งเรืองถึงชีดสุดและล่มสลายลงในเวลาต่อมา

ปราสาทบายนศูนย์กลางอาณาจักรนครธม (ภาพนี้ถ่ายบริเวณชันบน)

ปราสาทบายนศูนย์กลางอาณาจักรนครธม (ภาพนี้ถ่ายบริเวณชันบน)

ปฏิมากรรมรูปเคารพที่เชื่อว่าเป็นพระพักต์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

ปฏิมากรรมรูปเคารพที่เชื่อว่าเป็นพระพักต์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 ประสูติเมื่อประมาณ พ.ศ. 1663 หรือ พ.ศ. 1668 พระนามเดิมคือเจ้าชายวรมัน ทรงเสกสมรสตั้งแต่ทรงพระเยาว์กับเจ้าหญิงชัยราชเทวี สตรีที่มีบทบาทสำคัญที่สุดเหนือพระองค์และเป็นผู้โน้มนำให้พระองค์หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานในเวลาต่อมา

ปราสาทบายนชั้นล่าง

ปราสาทบายนชั้นล่าง

ใบเสมา (ถัดจากปราสาทบายน) แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาในยุคนครธม

ใบเสมา (ถัดจากปราสาทบายน) แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาในยุคนครธม

พ.ศ. 1720 – 1721 พระเจ้าชัยอินทรวรมันแห่งอาณาจักรจามปา ทรงนำทัพจามบุกเข้าโจมตียโศธรปุระ กองทัพเรือจามบุกเข้าถึงโตนเลสาบ เผาเมือง และปล้นสะดมสมบัติกลับไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจับพระเจ้าตรีภูวนาทิตวรมันประหารชีวิต หลังจากนั้นพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงกอบกู้แผ่นดินขึ้นมาใหม่ด้วยการนำทัพสู้ต่อกับพวกจามนานกว่า 4 ปี กระทั่งพิชิตกองเรือจามผู้เชี่ยวชาญการเดินเรือได้อย่างราบคาบ ในยุทธการทางเรือที่โตนเลสาบ

สะพานทางเดินในกลุ่มปราสาทนครธม

สะพานทางเดินในกลุ่มปราสาทนครธม

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กลุ่มปราสาทนครธม

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กลุ่มปราสาทนครธม

กลุ่มปราสาทในนครธม

กลุ่มปราสาทในนครธม

+9 PLA_8463

พ.ศ. 1724 ยโศธปุระกลับสู่ความสงบ เจ้าชายวรมันทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พร้อมกับบูรณปฏิสังขรณ์ราชธานีขึ้นมาใหม่ในชื่อ “พระนครหลวง” หรือ “นครธม” หรือ “นครใหญ่” และย้ายศูนย์กลางของราชธานีจากปราสาทปาปวนในลัทธิไศวนิกายมายังปราสาทบายนที่สร้างขึ้นใหม่ให้เป็นศาสนสถานในลัทธิมหายานแทน จากนั้นมาศูนย์กลางแห่งอาณาจักรเขมรโบราณจึงกลายเป็นปราสาทบายนกลางเมืองใหม่ “นครธม”

+10 PLA_8495

กำแพงและช่องประตูที่เชื่อมปราสาทหลายหลังในนคาธมเข้าไว้ด้วยกัน

กำแพงและช่องประตูที่เชื่อมปราสาทหลายหลังในนคาธมเข้าไว้ด้วยกัน

นครธมเป็นเมืองที่มีต้นไม้ร่มครึ้มปกคุลมเหมาะกับการเดินศึกษากลุ่มปราสาทเป็นอย่างยิ่ง

นครธมเป็นเมืองที่มีต้นไม้ร่มครึ้มปกคุลมเหมาะกับการเดินศึกษากลุ่มปราสาทเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อสถาปนาศูนย์กลางอาณาจักรเสร็จแล้วพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงแก้แค้นศัตรูเก่าคืออาณาจักรจามปา ใน พ.ศ. 1733 กองทัพของพระองค์ก็สามารถยึดเมืองวิชัยยะ เมืองหลวงของจามปาได้ หลังสงครามพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้สร้างพุทธสถานไว้มากมาย เช่น ปราสาทบันทายคดี ปราสาทตาพรม (สร้างถวายพระมารดา) ปราสาทพระขรรค์ (สร้างถวายพระบิดา) ปราสาทตาโสม ปราสาทนาคพัน ปราสาทบันทายฉมาร์ ส่วนปราสาทที่พบในประเทศไทยที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นผู้บูรณะคือปราสาทหินพิมาย (สันนิษฐานเป็นเมืองเกิดของพระมารดา) และปราสาทเขาพนมรุ้งให้เป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน และยังมีอาณาจักรละโว้ เมืองศรีเทพ รวมอยู่ด้วย

+13 PLA_8582

+14 PLA_8570
ปฏิมากรรมรูปสลักในกลุ่มปราสาทนครธม ส่วนใหญ่สมบูรณ์ดี มีบางส่วนเท่านั้นที่ทรุดโทรมเสียหาย

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ยังโปรดให้สร้าง “บ้านมีไฟ” (ที่พักคนเดินทาง) หรือ “ธรรมศาลา” ก่อด้วยศิลาและจุดไฟไว้ตลอด หลักฐานสำคัญจากจารึกที่ปราสาทพระขรรค์กล่าวถึงบ้านมีไฟว่ามีจำนวน 121 แห่ง อยู่ตามทางเดินทั่วราชอาณาจักร และตามทางเดินไปเมืองต่างๆ ในจำนวนนั้น มี 17 แห่งอยู่ระหว่างการเดินจากเมืองพระนครไปยังเมืองพิมาย (จ.นครราชสีมา ประเทศไทย) จารึกปราสาทพระขรรค์ยังระบุอีกว่ามีการสร้าง “อโรคยาศาลา” หรือโรงพยาบาล จำนวน 102 แห่ง กระจายอยู่ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งมีบางแห่งตั้งอยู่ในเขตประเทศไทย

+15 PLA_8597
ต้นไม้ปกคลุมร้านค้า-ร้านอาหารในนครธม

+16 PLA_8591
ถนนกลางเมืองนครธม ผู้คนยังใช้สัญจร

+17 PLA_8629

นอกจากตัวสถาปัตยกรรมและงานศิลปเชิงศาสนา พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสถาปนาคติ หรือชี้นำความเชื่อเรื่อง “พระพุทธเจ้ายังมีชีวิต” หรือ “พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร” (หมายถึงตัวพระองค์เอง) ความหมายคือพระโพธิสัตว์ที่เกิดมาเพื่อปัดเป่าทุกข์ภัยแก่ปวงราษฎร์ ประติมากรรมรูปสลักใบหน้าที่ปรากฏตามปรางค์ในหลายๆ ปราสาทเชื่อว่าเป็นใบหน้าของพระองค์ในภาคพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรนั่นเอง

บางตำรากล่าวไว้ว่ารูปปฏิมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นรูปสลักที่พบได้น้อยมาก สาเหตุมาจากปฏิมากรรมรูปเคารพถูกทุบทำลาย (อย่างตั้งใจ) ในยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 รูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นเป้าหมายของการทำลายมากกว่ารูปสลักอื่น ๆ รูปสลักที่ประดิษฐานในศาสนสถานถูกรื้อถอน ประติมากรรมรูปสลักที่เหลืออยู่ปรากฏร่องรอยการทุบทำลายจนส่วนของพระนาสิกแตกหัก พระเศียรกับพระวรกายถูกแยกออกจากกัน เรื่องนี้เป็นคำตอบหนึ่งซึ่งทำให้เราคลายความสงสัยว่าทำไมจึงมีรูปสลักในหลายๆ ส่วนถูกแยกและทุบทำลายยังความเสียหายที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

+PLA_8585

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สิ้นพระชนม์ในประมาณปี พ.ศ. 1758 หรือ พ.ศ. 1762 ประมาณกันว่ามีพระชนม์ชีพยืนยาวถึง 94 ปี ฉลองพระนามหลังสวรรคตว่า “มหาบรมสุตตะ” หมายความว่า “พระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่” (เรื่องพระนามหลังสิ้นพระชนม์บางข้อมูลอ้างว่าได้ตั้งชื่อไว้ก่อนแล้ว) หลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์อาณานครธมแปรเปลี่ยนไปในทิศทางใดคงต้องตามค้นคว้ากันเอาเอง แต่ถ้าให้สรุปสั้นๆ ต้องบอกว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั้นเรืองอำนาจและสามารถปกครองอาณาจักรอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ได้ยาวนานมากที่สุดครับ

+PLA_8272
ปฏิมากรรมรูปเคารพสลักเสลาเป็นรูปพระพักต์พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สัญญลักษณ์แห่งนครธม

หมายเหตุ

- การเดินทางไปชมปราสาทขอมโบราณในเมืองเสียมเรียบต้องทำบัตรประจำตัวผู้เข้าชม (ถ่ายภาพติดบัตร) และสามารถเลือกจ่ายค่าเข้าชมหรือ Angkor Admissions Price & Tickets ได้ในแบบ 1 วัน 37 ดอลล่าร์ยูเอส, 3 วัน 62 ดอลล่าร์ยูเอส, 7 วัน 72 ดอลล่าร์ยูเอส การจ่ายแบบนี้ก่อประโยชน์ต่อการเข้าชมเพราะสามารถชมได้ทุกปราสาท โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวแบบศึกษาอย่างจริงจังหรือช่างภาพที่ต้องการสภาวะแสงที่เหมาะสมครับ

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedin

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>