ภูสอยดาว สายฝน ลานสน บนภูสูง

ทุ่งหญ้าป่าสนสามใบ | ภูสอยดาว
นุ บางบ่อ

นุ บางบ่อ

นุ บางบ่อ 249 post in this blog.

เพราะโลกนี้แตกต่าง คนเราจึงต้องเดินทาง

สายหมอกคลอเคล้าต้นสนยามเช้า | ภูสอยดาว

สายหมอกคลอเคล้าต้นสนยามเช้า | ภูสอยดาว

สายฝนกระหน่ำโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ เสื้อกันฝนของทุกคนถูกนำมาใช้ เส้นทางเดินตอนนี้ได้กลายเป็นธารน้ำเล็กๆ ไหลให้พวกเราได้เดินทวนกระแสไป

ในช่วงแรกของการเดินขึ้นสู่ลานสน ต้องข้ามลำน้ำ

ในช่วงแรกของการเดินขึ้นสู่ลานสน ต้องข้ามลำน้ำ

ย่างเข้าฤดูฝนทีไร ดูเหมือนนักท่องเที่ยวค่อนข้างจะเก็บเนื้อเก็บตัวไม่อยากจะออกเดินทางไปไหนมาไหนกันสักเท่าไร (รวมทั้งผมเองด้วย) ถึงแม้จะมีใจรักธรรมชาติอยู่มากก็ตาม ยิ่งการเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ลำบากลำบนบ่อยๆ นั้น บางครั้งก็รู้สึกท้อแท้ได้เหมือนกัน….

การท่องเที่ยวแบบแบกเป้ลุยไปค่ำไหนนอนนั่น หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Back Pack นั้น เริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้นในหมู่เยาวชนไปถึงคนทำงาน ซึ่งชี้ให้เห็นได้ว่า เดี๋ยวนี้คนไทยหลายคนไม่ยึดติดกับความสะดวกสบายกันแล้ว โดยที่ผู้เดินทางสามารถค้นหาข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศได้ง่ายขึ้น ถึงแม้การเดินทางแบบ Back Pack แค่คนสองคน บางครั้งอาจจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากกว่าการเดินทางแบบไปเป็นกลุ่ม หรือเดินทางไปกับบริษัททัวร์ก็ตาม

ทุ่งหญ้าป่าสนสามใบ | ภูสอยดาว

ทุ่งหญ้าป่าสนสามใบ | ภูสอยดาว

ลองคิดดูนะครับว่า ขณะนี้คุณยังมีเรี่ยวแรงพอที่จะเดินไหว แบกเป้ได้ มีเพื่อนสนิทที่ไปได้ถึงไหนถึงกัน ธรรมชาติในเมืองไทยยังคงอุดมสมบูรณ์รอคอยคุณอยู่ และถ้าต่อไปอีกสักสิบปีข้างหน้า เรี่ยวแรง เพื่อนสนิท ธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้จะยังคงอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า ก็เป็นการยากที่จะคาดเดา ในทริปนี้ผมถูกติงจากคนรอบข้างหลายคนว่า คิดยังไงเดินทางในหน้าฝน? ทำไมขึ้นภู เข้าป่าในหน้าฝน? ไปคนเดียวเถอะ…ไม่ไปด้วยหรอกลำบากจะตายชัก…!!! และอีกหลายๆ คำถามโดยมี ฝน เข้ามาเกี่ยวข้อง ….

การที่ผมต้องดั้นด้นไปในช่วงนี้ก็เพราะ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวพึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมได้เมื่อวันที่ 1 ก.ค.  หลังจากปิดให้ป่าได้พักฟื้นตัว เป็นเวลากว่า 5 เดือน สภาพของธรรมชาติในช่วงแรกของการเปิดภูอย่างนี้จะยังคงครบถ้วนสมบูรณ์ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากเห็น

2.00 น. ของวันศุกร์ต้นเดือนกันยายน 2554 ร่างของคนที่ชอบชีวิตกลางแจ้งสองคน ได้มายืนแบกเป้พะรุงพะรังอยู่ที่สถานี บขส. พิษณุโลก จากนี้ต้องรอเวลาถึงรุ่งเช้าเพื่อจะต่อรถประจำทางเที่ยวแรกที่จะพาเราไปสู่ อ.ชาติตระการ และจากนั้นเราต้องต่อรถสองแถว หรือโบกรถเดินทางต่อไปอีก 80 กม. จึงจะถึงอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ความยากลำบากของการเดินทางบางครั้งก็เป็นเสน่ห์ท้าทายให้ลุกขึ้นออกเดินทาง หลายครั้งที่ได้กลับมาดูภาพเก่าๆ เห็นถึงความลำบากในครั้งก่อน ผมก็มักจะยิ้มให้กับภาพเหล่านั้นเสมอ

ลูกหาบแบกสัมภาระนักท่องเที่ยว

ลูกหาบแบกสัมภาระนักท่องเที่ยว

ตามระเบียบของอุทยานฯ แล้ว เราจะต้องจ่ายเงินค่าลูกหาบตั้งแต่ก่อนการขึ้นภู เมื่อไปถึงปลายทางข้างบนแล้ว เราต้องติดต่อกับลูกหาบเอง ก็คนเดียวกับที่แบกให้เรามานั่นแหละครับ ว่าจะให้มาแบกในขาลงด้วยหรือเปล่า ถ้าให้แบกลงด้วยก็ติดต่อนัดวันเวลากันได้เลย เมื่อขาลงลูกหาบแบกมาถึงข้างล่างแล้ว ก็ชั่งน้ำหนักสัมภาระ และก็จ่ายเงินกันที่ด้านล่างเป็นอันเสร็จเรียบร้อย แต่ปัจจุบันนี้อาจจะมีการปรับเปลี่ยนระบบไปแล้วหรือยัง ผมไม่แน่ใจนะครับ

เนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินเสือโคร่ง เนินมรณะ และลานสน ผมจำได้ขึ้นใจเพราะก่อนเดินทางได้หาข้อมูลมาล่วงหน้ามาแล้ว เราเริ่มต้นเดินจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว (หน่วยย่อย บริเวณน้ำตกภูสอยดาว) ซึ่งอยู่ติดกับทางหลวงสาย 1268 ถนนสายยุทธศาสตร์ไทย-ลาว ครึ่งช่วงโมงที่แล้วลูกหาบได้แบกสัมภาระเดินล่วงหน้าไปก่อนด้วยความชำนาญเส้นทาง

ยิ่งเดินลึกเข้าไปยิ่งสัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้นของผืนป่า เส้นทางในช่วงแรกเป็นการเดินแบบลัดเลาะไปตามริมธารน้ำตก จากนั้นทางเดินจะสูงชันขึ้น โดยเนินแรกมีชื่อว่าเนินส่งญาติ ผมนึกชมผู้ที่ตั้งชื่อนี้อยู่ในใจ เพราะตั้งได้ดีสอดคล้องกับอารมณ์ในขณะนี้ เหมือนกับผู้ที่ตั้งชื่อให้ซำแฮก ปราการด่านแรกของภูกระดึง

ทุ่งหญ้าป่าสนสามใบ | ภูสอยดาว

ทุ่งหญ้าป่าสนสามใบ | ภูสอยดาว

ตอนนี้ผมเหนื่อยเหลือเกิน ปากเริ่มทำหน้าที่ช่วยจมูกในการหายใจเร็วขึ้น ครั้นจะพักนานๆ ก็ดูจะไม่เหมาะ ต้องฝืนก้าวเดินต่อไป แต่พอเดินต่อสักพักก็เหมือนเครื่องเริ่มร้อนเราทั้งสองคนมีอาการเหนื่อยไม่แพ้กัน ถึงแม้การเดินในช่วงแรกอาจจะเหนื่อยก็จริง แต่เมื่อผ่านมาได้ก็จะรู้สึกดีขึ้น ต่อไปก็เป็นเนินปราบเซียน เราต้องเดินแบบคอยกัน ผลัดกันแซงบ้างเป็นบางโอกาส แต่ไม่ควรทิ้งห่างกันจนเกินไป เพราะการเข้าป่าที่ทางเดินรกร้างมานาน อาจเกิดการพลัดหลงได้ ยิ่งหน้าฝนอย่างนี้ด้วยแล้ว สายฝนอาจชะรอยทางเดินจนเรามองไม่ออกก็เป็นได้

สายหมอกคลอเคล้าต้นสนยามเช้า | ภูสอยดาว

สายหมอกคลอเคล้าต้นสนยามเช้า | ภูสอยดาว

ท้องฟ้าที่สดใสกลับกลายมืดครึ้มอย่างฉับพลัน อากาศเริ่มเย็นสายลมโบกสะบัดพัดยอดไม้ เป็นสัญญาณที่มาก่อนสายฝน เกือบครึ่งทางแล้วที่ได้เดินมา หากฝนเทกระหน่ำลงตอนนี้ความยากลำบากจะเพิ่มเป็นทวีคูณ เราต้องเดินต่อไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่แหละหนาที่เขาว่าอย่าไว้ใจป่า เพียงไม่ถึง 10 นาที จากสัญญาณเตือน สายฝนก็โปรยปรายลงอย่างรวดเร็ว

สายหมอกคลอเคล้าต้นสนยามเช้า | ภูสอยดาว

สายหมอกคลอเคล้าต้นสนยามเช้า | ภูสอยดาว

สายฝนกระหน่ำโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ เส้นทางเดินตอนนี้ได้กลายเป็นธารน้ำเล็กๆ ไหลให้เราได้เดินทวนกระแสไป มีบางจุดที่ก้นต้องลงไปสัมผัสกับพื้นดินโดยไม่ได้ตั้งใจ กล้องถ่ายภาพถูกเก็บลงกระเป๋าอย่างมิดชิด หลายจุดที่มีทิวทัศน์งดงามเราต้องเก็บไว้ถ่ายในตอนขากลับ ในเวลานี้เราคิดกันเพียงพาร่างกายให้ขึ้นสู่ยอดภูให้ได้อย่างปลอดภัย

ใกล้ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

ใกล้ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

หัวเข่าของเราต้องทำงานอย่างหนัก สองมือไขว่คว้าหาที่เกาะยึดเหนี่ยว สายตามองหาจุดที่จะต้องวางเท้าต่อไปอย่างมั่นคง ฝนยังคงตกมาเป็นระยะหนักบ้างเบาบ้าง การเดินให้ถึงป้ายผู้พิชิตภูสอยดาวดูเป็นเรื่องที่ผมต้องการมากที่สุด เพราะนั่นหมายถึงการได้จัดการกับที่พัก และอาหารการกิน ซึ่งตอนนี้สัญญาณแห่งความหิวได้เตือนมานานแล้ว

ทุ่งหญ้าป่าสนสามใบ | ภูสอยดาว

ทุ่งหญ้าป่าสนสามใบ | ภูสอยดาว

ลานสน ในที่สุดเราก็สามารถพิชิต 1,633 ม. ได้อย่างปลอดภัย ลานสนเป็นลานราบสูงๆ ต่ำๆ เล็กน้อยมีต้นสนสามใบขึ้นเรียงรายสลับกับทุ่งหญ้า ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกหงอนนาคขึ้นเบ่งบานอยู่เต็มลาน

ที่พัก บนลานสนนี้ไม่มีบ้านพักไว้คอยบริการ มีเพียงบ้านพักหลังเล็กของเจ้าหน้าที่เท่านั้น นักท่องเที่ยวต้องเตรียมเต้นท์ไปเอง หรือต้องติดต่อเช่าจากเจ้าหน้าที่ด้านล่าง โดยมีบริเวณกางเต้นท์ไว้ให้ไม่ไกลจากบ้านพักเจ้าหน้าที่มากนัก

หยาดน้ำค้างบนยอดไม้เหนือผืนดิน ความงดงามยามเช้าวันใหม่

หยาดน้ำค้างบนยอดไม้เหนือผืนดิน ความงดงามยามเช้าวันใหม่

หลักเขตแดน ไทย ลาว

หลักเขตแดน ไทย ลาว

ดอกหงอนนาค

ดอกหงอนนาค

เบ่งบานอวดโฉม เมื่อยามต้องฝน

เบ่งบานอวดโฉม เมื่อยามต้องฝน

สำหรับผมแล้ว ค่ำคืนนี้คงจะขอยอมแพ้ฝน โดยได้ไปขออาศัยพื้นที่ใต้ถุนบ้านของเจ้าหน้าที่ เพื่อประกอบอาหาร และผูกเปลนอน การเก็บภาพความประทับใจบนลานสนของภูสูงแห่งนี้ คงต้องยกย้ายโปรแกรมไว้ในวันพรุ่งนี้ โดยหวังว่าท้องฟ้าคงจะแจ่มใสเป็นสีครามสวยมากกว่าวันนี้

ขอขอบคุณ / สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ทุกๆ ท่าน

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว  โทร. 0 5543 6001 – 2

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

รถยนต์

  • จากจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร
  • จากจังหวัดอุตรดิตถ์ ใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1047 (อุตรดิตถ์-น้ำปาด) จนถึงอำเภอน้ำปาดแล้วเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1239 ไปอีก 47 กิโลเมตร จึงเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ไปอีก 18 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รวมระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง

การเดินทางด้วยรถโดยสารวิธีที่ 1

  • ช่วงที่ 1 จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งหมอชิต สายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ไปลงที่จังหวัดพิษณุโลก
  • ช่วงที่ 2 จากจังหวัดพิษณุโลก เดินทางด้วยรถโดยสารระหว่างอำเภอ ไปอำเภอชาติตระการ ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร
  • ช่วงที่ 3 จากอำเภอชาติตระการ เดินทางด้วยรถสองแถว ซึ่งมีวันละ 1 เที่ยว รถออกเดินทางไม่เกิน 09.00 น. ไปที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร

การเดินทางด้วยรถโดยสารวิธีที่ 2

  • ช่วงที่ 1 จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งหมอชิต สายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ไปลงที่จังหวัดพิษณุโลก
  • ช่วงที่ 2 จากจังหวัดพิษณุโลก เดินทางด้วยรถรับจ้างเหมาไป-กลับ ราคาประมาณ 2,600 บาท ไปอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร

หมายเหตุ หากนักท่องเที่ยวเดินทางไปถึงอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวแล้ว ไม่สามารถขึ้นยอดภูสอยดาวได้ทัน (อุทยานแห่งชาติเปิดให้ขึ้นลานสนภูสอยดาวตั้งแต่เวลา 8.00 – 14.00 น.) ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดเตรียมสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติที่อยู่ด้านล่างไว้แล้ว

แผนที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

แผนที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

แผนที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

คลิปวีดีโอท่องเที่ยว ภูสอยดาว โดย ลำบากลำบนทัวร์ ปี 2551

Facebook Comments

More from my site

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>