โยโกฮาม่า ตามหาราเม็ง

นุ บางบ่อ

นุ บางบ่อ

นุ บางบ่อ 238 post in this blog.

เพราะโลกนี้แตกต่าง คนเราจึงต้องเดินทาง

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง  | Shin Yokohama Raumen Museum

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง | Shin Yokohama Raumen Museum

อาหารที่ดูเหมือนง่ายมีขายอยู่ทั่วไป แต่ถ้าจะให้อร่อยถึงใจต้องไปกันให้ถึงถิ่น กินกันอย่างรู้ที่มา

 

ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ราเม็ง  | Shin Yokohama Raumen Museum

ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ราเม็ง | Shin Yokohama Raumen Museum

เมื่อนานมาแล้วผมรู้จักเมืองโยโกฮาม่าจากภาพยนต์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มยอดมนุษย์ต่อสู้กับปีศาจร้ายจากต่างดาว ภาพอาคารเหลี่ยมสูงตั้งเรียงรายถูกบุกทำลายลงราบคาบจากเรี่ยวแรงความดุร้ายเพื่อหวังครอบครอง ในท้ายสุดก็มีกลุ่มยอดมนุษย์ผู้พิทักษ์ออกมาต่อสู้ปกป้องเมืองและชีวิตผู้คน จนปราบปรามปีศาจร้ายให้ดับสูญไป  นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผมฝันว่าอยากจะมีโอกาสเดินทางไปจับมือแสดงความยินดีอย่างชื่นชมกับกลุ่มฮีโร่ในดวงใจสักครั้งหนึ่ง

และแล้ววันนี้ผมได้มีโอกาสเดินทางมายังเมืองโยโกฮาม่าที่ได้เคยใฝ่ฝัน ถึงแม้จะไม่ได้พบกับกลุ่มยอดมนุษย์พิทักษ์โลก แต่ผมก็ได้พบกับเรื่องราวและของดีมีชื่อเสียงบางอย่างที่น่าสนใจในเมืองนี้

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง  | Shin Yokohama Raumen Museum

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง | Shin Yokohama Raumen Museum

ขอย้อนกลับไปในช่วงสมัยศตวรรธที่ 17 โชกุนในตระกูลโตกุกาวะได้ทำการก่อตั้งรัฐบาลทหารของตนเองขึ้นที่เมืองเอโดะ ซึ่งคือเมืองโตเกียวในปัจจุบันโดยมีนโยบายการปิดประเทศอย่างเข้มงวดมาก กาลเวลาล่วงเลยมาถึงปี ค.ศ.1853 กองทัพเรือของอเมริกาได้เดินทางมายังเมืองโยโกฮาม่า ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญของประเทศญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองโตเกียว ได้กดดันให้ญี่ปุ่นทำการเปิดประเทศเพื่อสัมพันธไมตรีทางการค้าระหว่างญี่ปุ่นและอเมริกา จนถึงปี ค.ศ.1859 ประเทศญี่ปุ่นจึงได้ทำการเปิดประเทศตามคำเรียกร้องดังกล่าว นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาวิวัฒนาการและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ จากชาวตะวันตกได้ถูกส่งผ่านเข้ามายังประเทศญี่ปุ่นโดยผ่านทางเมืองโยโกฮาม่า เช่น ระบบโทรเลข  การรถไฟ  และแม้แต่ด้านอาหารการกินอย่างไอศกรีม เบียร์ ไปจนถึงอาหารที่ขึ้นชื่อถึงความอร่อยของเมืองนี้คือ ราเม็ง

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง  | Shin Yokohama Raumen Museum

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง | Shin Yokohama Raumen Museum

ราเม็ง เป็นบะหมี่น้ำของญี่ปุ่น มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน โดยทั่วไปราเม็งมักจะรับประทานคู่กับ เนื้อหมู สาหร่าย ต้นหอม และบางครั้งก็อาจจะมีข้าวโพดรวมอยู่ด้วย ราเม็งแต่ละแบบมีการปรุงรสแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ในประเทศญี่ปุ่น เช่นในเกาะคีวชู ถือเป็นต้นกำเนิดของทงโคสึราเม็ง (ราเม็งซุปกระดูกหมู) หรือในเกาะฮกไกโด เป็นต้นกำเนิดของมิโซะราเม็ง (ราเม็งเต้าเจี้ยว)

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง  | Shin Yokohama Raumen Museum

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง | Shin Yokohama Raumen Museum

ที่มาของราเม็งนั้นเชื่อว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน  จากการที่ทหารญี่ปุ่นเคยได้เดินทางไปรบที่ประเทศจีน  จึงได้มีความคุ้นเคยกับราเม็งเป็นอย่างดีและในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  แป้งราคาถูกจากสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่น  ประกอบกับชาวญี่ปุ่นมีความชื่นชอบการรับประทานอาหารประเภทนี้อยู่นี้อยู่แล้ว  จึงทำให้ราเม็งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีการคิดค้นสูตรปรับปรุงรสชาติให้เข้ากับความนิยมโดยทั่วไปในแต่ละพื้นที่

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง  | Shin Yokohama Raumen Museum

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง | Shin Yokohama Raumen Museum

จึงถือได้ว่าเมืองโยโกฮาม่าเป็นต้นกำเนิดของราเม็งในประเทศญี่ปุ่น และในเมืองนี้ได้มีผู้จัดทำพิพิธภัณฑ์ราเม็งขึ้น (Shin Yokohama Raumen Museum) โดยตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของสถานีชินโยโกฮาม่า สามารถเดินถึงได้อย่างสะดวก พิพิธภัณฑ์ราเม็งนี้เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น. มีการเก็บค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 300 เยน และเด็ก 100 เยน ภายในได้มีการจัดแสดงนิทรรศการราเม็งแต่ละแบบไว้ให้ผู้สนใจได้ศึกษา โดยแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ตกแต่งในสไตล์ยุค 60 ซึ่งเป็นยุคที่มีความคลาสสิคให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีตในช่วงสมัยที่ราเม็งได้เดินทางถึงโยโกฮาม่า ชั้นล่างสุดเป็นบริเวณที่รวบรวมราเม็งจากร้านที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น มาให้ผู้เข้าชมได้เลือกรับประทานได้ตามความต้องการ เช่น Shoyu Ramen , Miso Ramen , Shio Mamen , Tonkotsu Ramen , Chashumen , Tanmen  ร้านต่างๆ เหล่านี้ได้จัดและตกแต่งร้านตามแบบต้นตำรับ ซึ่งราเม็งก็จะมีเส้น Udon , Soba , Yakisoba , Oden (เต้าหู้ , ลูกชิ้นใหญ่ , หน่อไม้ , หมึกสด)

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง  | Shin Yokohama Raumen Museum

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง | Shin Yokohama Raumen Museum

นอกจากนี้ยังมีอาหารที่ขึ้นชื่ออื่นอีก เช่น Sushi , Domburi , Onigiri , Kare Raisu , Fried Rice , Sashimi , Yakizakana เป็นต้น เวลาจะสั่งอาหารสามารถทำได้อย่างง่ายๆ คือ  เปิดดูเมนูหรือดูที่ตู้หยอดเหรียญที่หน้าร้าน  จากนั้นก็หยอดเหรียญตามราคาของเมนู แล้วกดเลือกเมนูที่ต้องการ  คูปองอาหารจะถูกพิมพ์ออกมา เราก็นำไปให้พนักงานในร้านแล้วนั่งรอ ไม่นานราเม็งแสนอร่อยก็จะถูนำมาเสริฟอยู่ตรงหน้า  ที่สะดวกคือหลายร้านมีเมนูภาษาไทยไว้คอยบริการด้วย ขอแนะนำให้สั่งแบบชามเล็กเพราะจะมีปริมาณเท่ากับขนาดการรับประทานของคนไทยทั่วไป ถ้าเป็นชามใหญ่จะมีปริมาณที่ใหญ่มากคุณอาจจะรับประทานไม่หมดและเป็นการสิ้นเปลืองอย่างน่าเสียดาย

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง  | Shin Yokohama Raumen Museum

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง | Shin Yokohama Raumen Museum

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง  | Shin Yokohama Raumen Museum

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง | Shin Yokohama Raumen Museum

เห็นไหมครับว่าแค่เรื่องราเม็ง ชาวญี่ปุ่นก็สามารถทำให้มีความน่าสนใจและเป็นธุรกิจที่ทำรายได้เป็นอย่างดี คงจะจริงอย่างที่คุณโน๊ต อุดม เล่าไว้ในเดี่ยวไมโครโฟนว่า ชาวญี่ปุ่นเขามีศิลปะเกือบทุกอย่างล้วนนำศิลปะเข้าไปใส่ แล้วเกิดเป็นการเพิ่มมูลค่าได้อย่างน่าอัศจรรย์

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง  | Shin Yokohama Raumen Museum

พิพิธภัณฑ์ราเม็ง | Shin Yokohama Raumen Museum

ที่เมืองโยโกฮาม่ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่อีกหลายแห่ง  แต่วันนี้ผมจำเป็นจะต้องเดินทางต่อไปยังเมืองคามาคุระ  ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 48 กม. เมืองคามาคุระเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ชายทะเลมีภูมิประเทศเป็นที่ราบโอบล้อมด้วยภูเขา เป็นทำเลที่ถูกต้องตามหลักของฮวงจุ้ยจีน ด้วยภูมิประเทศดังกล่าวทำให้ท่านโยริโมโตะ มินาโมโตะ  โชกุนคนแรกของญี่ปุ่นได้เลือกเมืองคามาคุระเป็นศูนย์กลางการปกครองประเทศ โดยสถาปนาเป็นเมืองหลวงเป็นระยะเวลาถึง 141 ปี

หลวงพ่อโตไดบุสึ  เมืองคามามุระ

หลวงพ่อโตไดบุสึ เมืองคามามุระ

ที่เมืองคามาคุระ  เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตไดบุสึ  เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ตั้งอยู่กลางลานโล่งหันหน้าออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก  หากมองจากระยะไกลจะเห็นองค์พระไม่สมส่วน หลายคนมองว่าพระหัตถ์นั้นดูเล็กกว่าองค์พระ แต่ถ้าหากเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ในระยะ 4-5 เมตร แล้วแหงนหน้ามองขึ้นไปจะเห็นองค์พระดูสมส่วนรับกันทั้งองค์ และในอดีตหลวงพ่อโตไดบุสึเคยประดิษฐานอยู่ในวิหาร จนถึงปี ค.ศ.1495 ได้ถูกคลื่นยักษ์เข้าถาโถมจนได้รับความเสียหายซากปรักหักพังถูกกลืนหายลงไปในทะเล แต่องค์พระนั้นไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย หลวงพ่อโตไดบุสึแห่งเมืองคามาคุระ จึงเป็นที่เคารพบูชาของชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ในทุกๆ วันจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปนมัสการขอพรเกี่ยวกับเรื่องการให้สมความปรารถนา และเรื่องการขอบุตร เชื่อกันว่าผู้ที่มาขอมักจะสมหวังกันเป็นส่วนใหญ่  เรื่องนี้จะจริงเท็จอย่างไรผมอยากให้ท่านที่มีความประสงค์ได้เดินทางไปขอพรจากท่านดู ได้ผลอย่างไรก็อย่าลืมมาบอกเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

ค่ำคืนนี้ผมได้มีโอกาสเข้าพักที่โรงแรมฟูจิ มิฮานะ  ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่สวยมากด้านหน้าเป็นทะเลสาบยะมะนะคะ (อาจจะฟังดูเหมือน “อย่ามานะคะ”) แต่ก็ถือว่าเป็นชื่อที่จำได้ง่ายดี ด้านหลังคือภูเขาไฟฟูจิ ขอบอกเลยครับว่าโรงแรมนี้อยู่ในทำเลที่สวยงามมาก และภายในก็มีน้ำแร่ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ให้แช่อย่างสบายคลายเมื่อล้า เมื่อเดินทางไปถึงเป็นช่วงเวลาอาหารค่ำทางโรงแรมต้อนรับด้วยบุฟเฟ่ขาปูยักษ์ และอาหารไทยอาหารญี่ปุ่นอีกมากมาย ทำให้คืนนี้เป็นค่ำคืนที่ประทับใจไปอีกนานเลยทีเดียว

แผนที่พิพิธภัณฑ์ราเม็ง เมืองโยโกฮาม่า

คลิปวีดีโอพิพิธภัณฑ์ราเม็ง เมืองโยโกฮาม่า | You Tube

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedin
นุ บางบ่อ

นุ บางบ่อ

เพราะโลกนี้แตกต่าง คนเราจึงต้องเดินทาง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>