Monthly Archives: April 2017

ทริปที่ 67 : แห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) แล้วไปถ่ายดาวบนดอยหลวง

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก
ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก

วันที่ 7 – 10 มิถุนายน 2560 เว็บไซต์ไทยแทรเวลเลอร์ดอทคอม (www.thai-traveller.com) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก ขอเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเดินทางทัศนศึกษาในรูปแบบใหม่ ณ วัดพระบรมธาตุ อ.บ้านตาก จ.ตาก ที่คุณจะได้ชื่นชมวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นแบบล้านนาโบราณ เป็นประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาแต่โบราณ เพื่อเป็นการสักการะองค์พระบรมธาตุที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีลักษณะเป็นพระเจดีย์ใหญ่สีทอง รายล้อมด้วยเจดีย์ย่อย คล้ายกับพระเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระนลาฎขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และพิธีบวงสรวงขอพรเทพเทวดา ในช่วงเริ่มฤดูทำนา ซึ่งหาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ท่านจะได้ชมขบวนพิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ) ผ่านสะพานบุญ การทรงเจ้าของร่างทรงต่างๆ ตามความเชื่อความศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่น

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) อ.บ้านตาก จ.ตาก

พิธีการทรงเจ้าของร่างทรงต่างๆ ตามความเชื่อความศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่น

พิธีการทรงเจ้าของร่างทรงต่างๆ ตามความเชื่อความศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่น

จากนั้นจะต่อด้วยการเดินป่าศึกษาธรรมชาติสู่ยอดดอยหลวง ที่มีความสูงถึง 1,175 เมตร จากระดับน้ำทะเล ด้วยระยะทาง 11 กม. พิสูจน์ความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ ก่อนที่จะพบกับทิวทัศน์ความงดงามแบบ 360 องศา บนยอดดอยหลวงที่ได้สมญานามว่า “หลังคาเมืองตาก” ที่มีสภาพอากาศสดชื่นฉ่ำเย็นในช่วงต้นฤดูฝน

วนอุทยานน้ำตกห้วยแม่ไข

วนอุทยานน้ำตกห้วยแม่ไข

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

และกิจกรรมการเดินทางในครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมพิเศษที่ เว็บไซต์ไทยแทรเวลเลอร์ดอทคอม (www.thai-traveller.com) จัดขึ้นเพื่อเป็นการแนะนำความรู้ด้านเทคนิคการถ่ายภาพทิวทัศน์ การถ่ายดาว การถ่ายภาพในช่วงเวลากลางคืน ให้กับสมาชิกผู้ร่วมเดินทางอย่างมีความเป็นกันเอง ซึ่งผู้ร่วมเดินทางจะได้ใช้ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาเป็นลำดับต่อไป

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

เดินป่าดอยหลวง จ.ตาก

กำหนดการเดินทาง

วันพุทธที่ 7 มิถุนายน 2560 : กรุงเทพฯ – ตาก – นอนโรงแรม

18.30 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ณ จุดนัดหมาย มุ่งหน้าสู่ จ.ตาก
23.30 น. เดินทางถึง จ.ตาก เข้าโรงแรมที่พัก
พักผ่อน นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2560 : ร่วมพิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) – ไม้กลายเป็นหิน – ตรอกบ้านจีน – วัดสีตลาราม- ปาร์ตี้แจกของรางวัล – นอนโรงแรม

06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม บุพเฟ่ต์ ด้วยอาหารไทยหลากหลายเมนู
07.00 น. ออกเดินทางไปยัง วัดพระบรมธาตุ อ.บ้านตาก เพื่อเข้าร่วมพิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ) ตามพิธีกรรมแบบล้านนาโบราณ ท่านจะได้พบกับขบวนแห่จากที่ต่างๆ อันประกอบด้วย ขบวนแห่ปัจจัยไทยทาน ขบวนแห่ต้นเงิน ขบวนแห่ต้นผ้าป่า ขบวนตุงไชย ซึ่งมีการแต่งกายงดงามเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก ขบวนจะเคลื่อนไปตามสะพานบุญ ขึ้นสู่บันไดนาค แล้วเข้าสู่บริเวณองค์พระบรมธาตุที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีลักษณะเป็นพระเจดีย์ใหญ่สีทอง รายล้อมด้วยเจดีย์ย่อย คล้ายกับพระเจดีย์ชเวดากอง จากนั้นชมพิธีถวายผ้าห่มธาตุทางด้านทิศตะวันตกจะมีพิธีการทรงเจ้าของร่างทรงต่างๆ ตามความเชื่อความศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่น
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง แบบง่ายๆ ตามแบบฉบับผู้คนในท้องถิ่น (จากร้านชื่อดังในท้องถิ่น)
จากนั้นออกเดินทางไป วนอุทยานไม้กลายเป็นหินร ที่แห่งนี้ท่านจะได้พบไม้ที่ฝังอยู่ใต้ดินมานานประมาณ 800,000 ปี จนกลายเป็นหิน มีจำนวนทั้งสิ้น 7 ต้น และมีลำต้นยาวประมาณ 80 เมตร ให้ท่านได้ศึกษาความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
15.00 น. ต่อด้วยการเดินทางไปยังตรอกบ้านจีน ชุมชนเก่าแก่ของ จ.ตาก ท่านจะได้พบกับบ้านไม้โบราณแบบดั้งเดิมที่ผู้เป็นเจ้าของได้คงรักษาไว้เป็นอย่างดีและพาท่านไหว้พระที่วัดสีตลาราม วัดเก่าแก่ของ จ.ตาก ที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปเดินกลับเข้าที่พัก พักผ่อน เตรียมพร้อมกับงานปาร์ตี้เล็กๆ ริมแม่น้ำปิง และการจับฉลากของขวัญของที่ระลึกจาก www.thai-traveller.com
บรรยายการเดินทาง การเตรียมตัวเดินป่าสำหรับวันรุ่งขึ้น การแนะนำคร่าวๆ ก่อนเดินทางจากวิทยากรด้านการถ่ายภาพดาว การถ่ายภาพกลางคืนสมควรแก่เวลา นำท่านกลับโรงแรมที่พักราตรีสวัสดิ์

วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560 : เดินป่าดอยหลวง – เรียนรู้การถ่ายภาพดาว , ถ่ายภาพกลางคืน – นอนเต้นท์        

06.30 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
08.30 น. ออกเดินทางสู่ อบต.ทุ่งกระเชาะ
09.30 น. เปลี่ยนเป็นพาหนะท้องถิ่น แล้วออกเดินทางสู่จุดเริ่มต้นเดินเท้าขึ้นสู่ยอดดอยหลวงออกเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 11 กม. ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 ชม. เส้นทางเดินสะดวกไม่ยากมากนัก ท่านจะผ่านจุดชมวิวต่างๆ ที่มีความสวยงามแตกต่างกันไป
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยงระหว่างทาง
เดินต่อไป ผ่านป่าที่มีลักษณะต่างกัน จนใกล้ถึงยอดดอยจะมีป่าสน และหน้าผาชมวิว และไปถึงจุดตั้งแค้มป์ ซึ่งจะอยู่เกือบถึงยอดดอยหลวง ที่ได้สมญานามว่า หลังคาเมืองตาก
16.00 น. ตั้งแค้มป์ , เตรียมอาหารเย็น
19.00 น. เรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพดาว , เทคนิคการถ่ายภาพกลางคืน ฯ , ฝึกการถ่ายภาพ
22.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัยท่ามกลางความหนาวเย็น , ราตรีสวัสดิ์

วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2560 : ดอยหลวง – ตาก – กรุงเทพฯ

06.30 น. ตื่นขึ้นมาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า แล้วเดินขึ้นสู่ยอดดอยหลวงระยะทางประมาณ 200 ม. เพื่อชมดวงอาทิตย์ขึ้นยามเช้า โชคดีอาจได้พบกับทะเลหมอกเก็บภาพความประทับใจ
08.30 น. เก็บสัมภาระแล้วออกเดินทางลงจากดอยหลวง
13.00 น. ถึง อบต.ทุ่งกระเชาะ , อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกเดินทางกลับสู่เมืองตาก
14.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน แล้วออกเดินทางกลับ
21.00 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและประทับใจ

ค่าใช้จ่ายในการร่วมกิจกรรม (เดินทางโดยรถตู้ Vip 10 ที่นั่ง)

(การจัดที่นั่งเป็นไปตามลำดับอายุนะครับ ทริปนี้เราไปทำบุญกันแบบสบายๆ ค่อยๆ ไป มีน้ำใจต่อกันครับ สบายๆ)

  • ท่านละ 3,850 บาท  ค่าใช้จ่ายนี้รวมทุกอย่างแล้ว
  • (พักโรงแรม 2 คืน , เต้นท์ 1 คืน , อาหารครบทุกมื้อ + ของที่ระลึก)
  • (แต่ท่านควรเตรียมเต้นท์ของท่านมาเอง หรือ ถ้าเป็นเปลผูกกับต้นไม้ ก็จะสะดวกมากครับ)

วิธีการสมัครเข้าร่วมกิจกรรม

  • ชำระค่าร่วมกิจกรรม ได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 111-2300-14-8   สาขาสำนักรัชโยธิน ชื่อบัญชี นายนุกูล นาคถนอม
  • โทร.แจ้งชื่อผู้ร่วมเดินทางได้ที่ 080 423 1122

รายชื่อผู้ร่วมเดินทาง

  1. นุ บางบ่อ
  2. วิทยากร
  3. วิทยากร
  4. สุชาดา
  5. กัณณิการ์
  6. เอ็ด แม่ปิง
  7. แกละ
  8. นิก
  9. คุณสุ
  10. เอ
  11. เพื่อนเอ
  12. เพื่อนเอ

 

 

ภูสวนทราย

ภูสวนทราย
ภูสวนทราย

ภูสวนทราย

คืนนั้นไร้ดาว มีแต่เม็ดฝนหล่นลงมามิขาดสาย กระทั่งรุ่งสาง บางคราวขาดเม็ดแต่ไม่ขาดหาย ยังคงตกลงมาประปราย ตกบ้างหยุดบ้าง ทางคงแฉะชื้นพอดู

ชายแปลกหน้าจากเมืองใหญ่ก้าวเท้าไปตามชื้น ลื่นไถลไปออกนอกเส้นทางบ้างแต่ไม่ถึงกับท้อ ยามฝนรินลงมาก็หลบใต้ร่มไม้ใหญ่ พยายามไต่ความสูงชันด้วยอยากสัมผัสป่างามนามภูสวนทราย ระหว่างทางชันเจอทากเป็นระยะ โดนกัดคนละสองสามดอก พอให้รู้ว่ามาเที่ยวป่า

ถามว่าเหนื่อยไหม? “เหนื่อย” ท้อไหม? “ไม่” ไม่ท้อเพราะหลังจากผ่านเนินสูงชันอันเหยียดยาวเราขึ้นมาพบภาพนี้ ภาพป่าทึบถูกโอบกอดด้วยหมอกฝน คล้ายภาพฝันแต่มันเป็นจริง

ถามใจ ใครจะกล้าลืม


 

แผนที่ อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย อ.นาแห้ว จ.เลย

เรือนแพ สังขละบุรี

บ้านเรือนแพ สังขละบุรี
บ้านเรือนแพ สังขละบุรี

บ้านเรือนแพ สังขละบุรี

นักท่องเที่ยวที่เคยไปเยือนสังขละบุรีคงทราบดีว่าเมืองนี้เป็นเมืองทะเลสาบ มีผืนน้ำกว้างไกล เกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำสามสายคือแม่น้ำรันตี บีคลี่ และซองกาเรีย ทะเลสาบแห่งนี้บางทีถูกเรียกว่า “สามประสบ”

ระหว่างทาง จากน้ำตกไดช่องถ่อง เราจะพบภาพเรือนแพบนทะเลสาบอยู่ทางด้านซ้ายเรียงรายถึงตัวเมือง นับเป็นทัศนียภาพที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง ส่วนบ้านที่เห็นในภาพเป็นช่วงที่นำแห้งเรือนแพริมแม่น้ำรันตรีจึงตั้งอยู่บนดิน แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะมันเป็นอย่างนี้มาหลายปีหลายหน เดี๋ยวฝนตกลงมาบ้านก็กลายเป็นเรือนแพดุจเดิม นับเป็นวิถีชีวิตหนึ่งที่คนเมืองไม่คุ้นเคยและน่าสนใจศึกษามากครับ


แผนที่ อ.สังขละบุรี

นาข้าวขั้นบันได บ้านกองกาน เมืองแม่แจ่ม

บ้านกองกาน แม่แจ่ม
บ้านกองกาน แม่แจ่ม

บ้านกองกาน แม่แจ่ม

ประเทศไทยมีนาข้าวขั้นบันไดหลายแห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน แน่นอนว่าผืนนาเหล่านี้งดงามด้วยองค์ประกอบภูมิประเทศ คือมีขุนเขาโอบกอด อากาศเย็นสบาย อุมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติพิสุทธิ์ เป็นนาที่ให้ทั้งผลผลิตในด้านเกษตรกรรมและเอื้อต่อการท่องเที่ยว

ที่เห็นในภาพคือนาข้าวในหุบเขาของหมู่บ้านกองกาน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เมืองที่ใครต่อใครไปแล้วหลงใหล ไปแล้วไปอีก ใครชอบท่องเที่ยวเกี่ยวกับธรรมชาติและวิถีชีวิตเรียบง่ายน่าลองไปสัมผัสสักครั้งหนึ่งครับ


แผนที่บ้านกองกาน

ป่าแล้งริมทาง

ป่าแล้งริมทาง
ป่าแล้งริมทาง

ป่าแล้งริมทาง

เพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งบอกผมว่าเวลานั่งรถไปเที่ยวต่างจังหวัดไม่ค่อยหลับ ชอบดูโน่นดูนี่ บางทีก็เบื่อเพราะไม่รู้จะทำอะไร เขาถามผมว่า “พี่เป็นแบบผมหรือเปล่า ถ้าไม่หลับพี่ทำอะไรครับ”
ผมคิดนิดหนึ่งก่อนบอกเขาไปว่า “ปกติถ้าไม่หลับก็อ่านหนังสือหรือขยับกล้องถ่ายภาพไปเรื่อยเปื่อย”
เขาทำหน้างงๆ ก็เลยอธิบาย “ถ่ายภาพบนรถยากเหมือนกันนะ รถวิ่งเร็ว ส่วนใหญ่จะได้ภาพเบลอๆ โดยเฉพาะฉากหน้า แต่ถ้าตั้งสปิดชัตเตอร์สูงๆ ตั้งแต่ 1/250 ขึ้นไปคงได้ฉากหลังชัดบ้าง  ดีกว่าอยู่เฉยๆ ถ้าฟลุ๊คก็ได้ภาพดีๆ มาหนึ่งใบ ได้ความทรงจำดีๆ มาหนึ่งหน ถ่ายไปเถอะครับไม่มีอะไรเสียหาย แต่ต้องระวังเรื่องเสียง คือเสียงชัตเตอร์กล้องบางรุ่นมันดังมากอาจรบกวนคนอื่น”


 

ที่เห็นเป็นภาพป่าแล้ง ผมถ่ายขณะนั่งอยู่ในรถตู้ตอนกลับจากสังขละบุรี ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ใช้สปิดชัตเตอร์ 1/160

แผนที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

วังเวียง

วังเวียง สปป.ลาว
วังเวียง สปป.ลาว

วังเวียง สปป.ลาว

จู่ๆ ก็คิดถึงวังเวียงขึ้นมาเฉยเลย คิดถึงทั้งๆ ที่เคยไปเยือนวังเวียงแค่สองครั้ง (นานมากแล้ว 10 ปีได้) ก็เลยต้องคิดหาคำตอบว่าทำไม? เป็นเพราะอะไร? สายหมอก ขุนเขา เงาป่า หรือสายธาราที่ถูกเรียกว่า “แม่น้ำซอง” ปรากฏว่าใช่ทั้งหมดแต่ไม่ใช่ตำตอบที่ถูกที่สุด เพราะที่สุดของคำตอบคือผมคิดถึงลาว คิดถึงหลายอย่างในประเทศนี้ เช่น เส้นทางจากเวียงจันทร์ไปหลวงพระบาง เส้นทางจากเมืองสวรรค์ไปสี่พันดอน คิดถึงเต็นท์กลางป่าที่วีระบุรี สรุปว่าผมคงต้องไปลาวในเร็ววัน อาจจะเป็นตาดฟาน เมืองงอย หลวงพระบางหรือที่ไหนสักแห่ง

ในภาพ (ก่อนถึงวังเวียง)
แม่น้ำซองไหลเลาะเลื้อยไปบนพื้นที่ราบเชิงเขา ผมถ่ายภาพนี้หลังจากย้อนกลับมา…กลับมาจากหลวงพระบาง
รถแล่นลงมาจากถนนคดโค้งสูงชัน ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ สายตาเหลือบไปเห็นภาพนี้ อดใจไว้ไม่ไหว ต้องจอดรถลงไปบันทึกภาพ

มุยเน่ยามเช้า

มุยเน่
มุยเน่

มุยเน่

เมืองมุยเน่เป็นเมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงของเวียดนาม คนทั่วไปรู้จักมุยเน่ในเรื่องแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีทะเลทรายอันสวยงามปรากฏอยู่และเป็นที่ยอมรับจากคนทั่วไปว่าแปลกตา สำหรับผมก็คิดอย่างนั้นนอกจากทะเลทรายมีเรื่องที่ผมชอบอีกอย่างหนึ่ง คือมุยเน่ยามเช้ามีเรือประมงลอยลำเป็นจำนวนมาก มีการซื้อขายอาหารทะเล มีเรือพายที่น่าสนใจมาก คือเรือแบบนี้มีลักษณะทรงกลม (ถ้าไม่คุ้นน่าจะพายยาก) พายไปพายมาระหว่างฝั่งกับเรือ เรือกับฝั่ง เหมือนไม่เหน็ดเหนื่อย เป็นภาพชีวิตที่น่าสนใจ ใครไปเที่ยวมุยเน่แนะนำให้ไปบันทึกภาพ เพลินดีครับ

ธารแห้ง

ธารแห้งไม่ได้แล้งอย่างที่เห็น น้ำบางสายหลบซ่อนสายตาไปอยู่ใต้ดิน หลบลี้เพื่อหล่อเลี้ยงป่า รอวันให้ฝนพรมลงมา เมื่อถึงเวลานั้น สายน้ำจะกลับมา รินไหลให้เห็นกายาอันลี้ลับ

ภูเรือ เมืองเลย
ธารแห้งไม่ได้แล้งอย่างที่เห็น น้ำบางสายหลบซ่อนสายตาไปอยู่ใต้ดิน หลบลี้เพื่อหล่อเลี้ยงป่า รอวันให้ฝนพรมลงมา เมื่อถึงเวลานั้น สายน้ำจะกลับมา รินไหลให้เห็นกายาอันลี้ลับ ภูเรือ เมืองเลย

ธารแห้งไม่ได้แล้งอย่างที่เห็น น้ำบางสายหลบซ่อนสายตาไปอยู่ใต้ดิน หลบลี้เพื่อหล่อเลี้ยงป่า รอวันให้ฝนพรมลงมา เมื่อถึงเวลานั้น สายน้ำจะกลับมา รินไหลให้เห็นกายาอันลี้ลับ
ภูเรือ เมืองเลย

นกน้อย ในสวนของท่านนักกล์อฟ

bird-43
นกน้อย ในสวนของท่านนักกล์อฟ

นกน้อย ในสวนของท่านนักกล์อฟ

 

นกน้อย ในสวนของท่านนักกล์อฟ

นกน้อย ในสวนของท่านนักกล์อฟ

 

นกน้อย ในสวนของท่านนักกล์อฟ

นกน้อย ในสวนของท่านนักกล์อฟ

สนามกลอ์ฟ ใช้พื้นที่กว้างใหญ่ เพือให้ท่านนักกล์อฟได้มาประลองความสามารถ เมื่อเทียบกับอาณาบริเวณ มันคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรหรือไม่ แต่อย่างน้อยๆ สนามหญ้าและหนองบึงก็ยังปลอดภัยจากมนุษย์นักล่าเป็น ให้กับเจ้านกน้อย นานาชนิด คุ้นหน้าคุ้นตาบ้าง ดูแปลกตาบ้าง  แต่มันก็ถูกจำกัดให้เฉพาะผู้ที่มาใช้บริการถึงจะได้เฝ้าชมพวกมันแบบเพลินๆ

ณดล วิลล่า

ณดล วิลล่า
ณดล วิลล่า

ณดล วิลล่า

ณดล วิลล่า

ใครบางคนบอกว่า “ณดล วิลล่า เป็นที่พักเงียบสงบ ปลูกสร้างริมธารน้ำใส ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ งานดีไซน์วิไลอารมณ์”
ใครอีกคนบอกว่า “ณดล วิลล่า ออกแบบได้สวยงาม อยู่ท่ามกลางป่าเขา มีต้นไม้ให้ร่มเงา มีความเหงาซึมแทรกมานิดหน่อย” เขาบอกอีกว่า “อย่ามาคนเดียวนะจ๊ะ”

อาคารกับทางเดินเข้าไปสู่ส่วนต้อนรับ

อาคารกับทางเดินเข้าไปสู่ส่วนต้อนรับ

ส่วนต้อนรับแบ่งออกเป็น 3 มุม มุมนี้อยู่ทางด้านขวามือ ด้านหน้าเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับ

ส่วนต้อนรับแบ่งออกเป็น 3 มุม มุมนี้อยู่ทางด้านขวามือ ด้านหน้าเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับ

สำหรับผม ณดล วิลล่า เป็นทุกสิ่งมีทุกอย่างที่เขากล่าวถึง แต่ถ้าลงลึกต้องบอกว่าทุกสิ่งที่หลอมรวมเป็น ณดล วิลล่า นั้นงดงามทั้งสิ้น คือทุกสิ่งอย่างตั้งแต่สถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายใน ออกแบบสวน ล้วนกลมกลืนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนอาหารกับบรรยากาศนั้นถือว่ายอดเยี่ยม โดยเฉพาะยามเช้ากับยามเย็นบริเวณห้องอาหารริมห้วยมวกเหล็กถือว่าน่านั่งพักผ่อนมากครับ

ส่วนต้อนรับมุมนี้มองเห็นคานด้านบน ส่งเสริมให้บริเวณนี้น่ามองยิ่งขึ้น

ส่วนต้อนรับมุมนี้มองเห็นคานด้านบน ส่งเสริมให้บริเวณนี้น่ามองยิ่งขึ้น

ส่วนต้อนรับ มุมนี้อยู่ลึกเข้ามาด้านใน อยู่ชิดติดห้องอาหาร

ส่วนต้อนรับ มุมนี้อยู่ลึกเข้ามาด้านใน อยู่ชิดติดห้องอาหาร

ณดล วิลล่า ถือว่าเป็นที่พักที่ออกแบบให้มีความผสมผสานระหว่างไทยกับจีน ทันสมัยกับคลาสสิค บางคนเรียก “โมเดิร์นไชนีส” “ไชนีสคลาสสิค” บางคนบอกมันเป็น “มิกซ์แอนด์แมช” (ระหว่างไทยกับจีน) ซึ่งเป็นไปได้ตามนิยามนั้นๆ สำหรับผมซึ่งชื่นชอบณดล วิลล่าเป็นพิเศษเรียกงานออกแบบที่นี่ว่า “ณดลสไตล์” หรือ “สไตล์ณดล”

ห้องโถงใน  home number 9  มุมนี้ให้อารมณ์เอนไปทางไทยสไตล์

ห้องโถงใน home number 9 มุมนี้ให้อารมณ์เอนไปทางไทยสไตล์

สระว่ายน้ำส่วนตัวของ  home number 9 มีลำห้วยมวกเหล็กขนานอยู่ข้างๆ

สระว่ายน้ำส่วนตัวของ home number 9 มีลำห้วยมวกเหล็กขนานอยู่ข้างๆ

ส่วนพักผ่อนบนระเบียง  home number 9

ส่วนพักผ่อนบนระเบียง home number 9

สิ่งที่ผมชอบณดล วิลล่าที่สุดอย่างหนึ่งคือเขาไม่ปล่อยให้งานออกแบบอยู่นิ่ง ขยับปรับเปลี่ยนไปเรื่อย เดือนนี้อาจเป็นแบบนี้ เดือนหน้าอาจเปลี่ยนไป แต่ทั้งหมดที่ปรับไม่ได้หมายถึงเปลี่ยนรูปแบบเปลี่ยนตัวตนนะครับ เขาขยับให้บางมุมไม่ซ้ำซากจำเจ (ผมว่าเป็นของสมนาคุณต่อลูกค้าขาประจำอย่างหนึ่ง)  ล่าสุด ณดล วิลล่า มีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ในหลายส่วน ทั้งห้องพัก ห้องอาหาร และสปา คราวนี้พวกเราชาว thai-traveller.com ได้มีโอกาสไปพักในบ้านริมน้ำหรูหราหลังหนึ่งซึ่งมันถูกเรียกว่า home number 9 หรือบ้านหลังเก้า

ห้องนอนห้องที่ 1 ภายใน home number 9

ห้องนอนห้องที่ 1 ภายใน home number 9

ส่วนพักผ่อนและส่วนทำงานภายในห้องนอนห้องที่ 1 ของ home number 9

ส่วนพักผ่อนและส่วนทำงานภายในห้องนอนห้องที่ 1 ของ home number 9

ห้องน้ำภายในห้องนอนห้องที่ 1 ของ home number 9

ห้องน้ำภายในห้องนอนห้องที่ 1 ของ home number 9



home number 9
ปลูกสร้างริมห้วยมวกเหล็ก ตัวสถาปัตยกรรมแบบไทย-จีนถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ บ้านมีระเบียงเกือบรอบพร้อมทั้งมีสระว่ายน้ำขนาดเล็กอยู่บนระเบียงด้วย
ภายในบ้านแบ่งเป็น 1 ห้องโถงใหญ่ ห้องนอน 2 ห้อง ห้องน้ำ 2 ห้อง เป็นห้องน้ำและห้องนอนที่กว้างมาก เรียกว่าพื้นที่เหลือเฟือเอื้อต่อการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง

ห้องนอนห้องที่ 2 ของ home number 9

ห้องนอนห้องที่ 2 ของ home number 9

+13DSC_6743

+14DSC_6753

ห้องน้ำภายในห้องนอนห้องที่ 2 ของ home number 9 จัดแบ่งพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยได้ดีมาก คือแบ่งเป็นอ่างอาบน้ำ ห้องอาบน้ำแบบเชาเวอร์ ห้องสุขา ที่สำคัญผู้ออกแบบวางกระจกซ้ำซ้อนมีมิติ งานวางกระจกแบบนี้ถ้ามือไม่ถึงอาจทำให้หลอนได้ แต่นี่ไม่มีหลอนครับ แอบเซ็กซี่เล็กๆ ด้วยซ้ำไป

ส่วนเฟอร์นิเจอร์ วัสดุภัณฑ์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มัณฑนากรเลือกใช้ของดีมีระดับไปกับงานดีไซน์ได้ลงตัว หากจะบอกว่าคุณค่าของงานออกแบบและเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เหล่าน้คุ้มค่าคุ้มราคาคงไม่ผิดครับ

สิ่งที่ดีต่อการพักผ่อนใน ณดล วิลล่าอีกอย่างหนึ่งคือได้ยินเสียงน้ำรินไหลเบาๆ  ในหน้าแล้ง ชัดแจ้งในหน้าหนาว ส่วนในหน้าฝนโรแมนติกที่สุดครับ

สำหรับงานรีวิวครั้งนี้เราเอาภาพสวนด้านหน้า ล็อบบี้และรายละเอียดภายในhome number 9   มาให้ชม ส่วนคราวหน้าจะนำที่เหลือมาเสนอทั้งหมด โดยแบ่งเป็นที่พักกับสปา ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ณดล วิลล่าชั่วโมงนี้สวยมาก เร็วๆ นี้พบกันครับ

+17DSC_7052
หมายเหตุ

  • ณดล วิลล่า ไม่เหมาะกับกรุ๊ปทัวร์ที่ชอบความอึกทึกครึกโครมแบบทัวร์ฉิ่งฉาบ แต่เหมาะสำหรับคนที่รักความสงบ รักธรรมชาติและต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริงครับ
  • ณดล วิลล่า ตั้งอยู่ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี (ตรงข้ามทางแยกไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อย)

แผนที่ ณดล วิลล่า

เพื่อน

เพื่อน

เมื่อเอ่ยถึงสหายย่อมหมายถึงเพื่อนตายที่เติบโตเคียงข้างกันมา ระยะเวลาจะสั้น-ยาวไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ หัวใจต่างหากที่บ่งชี้เป็นดัชนีวัดค่า เมื่อใดได้ผูกเสี่ยวเป็นสหายเมื่อนั้นคำว่าเพื่อนตายปรากฏขึ้นมาและจะคงอยู่อย่างนั้นตลอดไป

บันทึกภาพที่นครธม กัมพูชา

เพื่อน

เพื่อน

จิตรกรรมกลุ่มสายน้ำกก เบ่งบานงานศิลป์ที่ “ขัวศิลปะ” เชียงราย

c260460-5
ผลงานของกอล์ฟ บุญมา

ผลงานของกอล์ฟ บุญมา

เชียงราย ไม่ได้มีแต่สถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังมีพื้นที่ทางศิลปะที่น่าสนใจในนาม “ขัวศิลปะ”

คำว่า “ขัว” หมายถึงสะพาน “ขัวศิลปะ” จึงหมายถึง “สะพานศิลปะ” เป็นพื้นที่ที่เกิดจากความตั้งใจของกลุ่มศิลปินชาวเชียงราย ที่ช่วยกันสร้างพื้นที่แสดงผลงานและจัดกิจกรรมทางศิลปะขึ้นในจังหวัดเชียงราย

ขัวศิลปะ เชียงราย ภูมิใจเสนอนิทรรศการจิตรกรรมกลุ่มสายน้ำกก ครั้งที่ 4

ผลงานของกำพล มะโนใจ

ผลงานของกำพล มะโนใจ

ศิลปินกลุ่มสายน้ำกก เกิดจากความรักในงานศิลปะของกลุ่มเพื่อนนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์กลุ่มหนึ่งของวิทยาลัยอาชีวะศึกษาเชียงราย หลังจากจบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้กลับมาทำงานที่เชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง

ด้วยความรักและความศรัทธาที่ยึดมั่นในการประกอบอาชีพทางด้านศิลปะอย่างแน่วแน่ จนได้เกิดการรวมตัวของสมาชิกชื่อ กลุ่มสายน้ำกก ขึ้นในปี 2554 เพื่อให้ผลงานศิลปะเปรียบเสมือน สายน้ำกก สายธารศิลป์แห่งเมืองเชียงราย โดยกลุ่มมีการแสดงงานนิทรรศการและจัดกิจกรรมที่นำความรู้ทางด้านศิลปะมาช่วยเหลือสังคม ชุมชน โรงเรียนห่างไกล อย่างสม่ำเสมอ

ผลงานของชัยวิชิต สิทธิวงศ์

ผลงานของชัยวิชิต สิทธิวงศ์

และในปี 2560 กลุ่มสายน้ำกก โดย สมาชิก 14 คน ได้แก่ กอล์ฟ บุญมา/ กำพล มะโนใจ/ ไกรวุฒิ ดอนจักร/ จงจิตร มูลมาตย์/ ชัยวิชิต สิทธิวงค์/ ชาญศิลป์ ใจคำ/ ชาตรี ศรีพรม/ ณรงค์ ศรีสงคราม/ ดนัย มาลารัตน์/ พิสัณห์ คำวัง/ มานะชัย ใจหาญ/ ระวี มะโนเรือง/ สรพงษ์ ทวีสมบัติ/ อำนาจ ก้านขุนทด ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญชื่อดังอีกหลายท่าน จะได้นำผลงานจิตรกรรมอันมีแนวทางเฉพาะตนมาจัดแสดง

ผลงานของจงจิตร มูลมาตย์

ผลงานของจงจิตร มูลมาตย์

นิทรรศการจิตรกรรมกลุ่มสายน้ำกก ครั้งที่ 4 จะมีพิธีเปิดนิทรรศการวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2560 เวลา 18.00 น. จัดแสดงจนถึง 11 มิถุนายน 2560 ณ ขัวศิลปะเชียงราย (ตรงข้ามแมคโคร ก่อนถึงแยกสนามบินแม่ฟ้าหลวง) เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น. ไม่มีค่าเข้าชม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.088-418-5431, 053-166-623

www.facebook.com/artbridgechiangrai

artbridge.cr@gmail.com

 

 

บียอนด์ รีสอร์ท กระบี่

บียอนด์ รีสอร์ท กระบี่ : Beyond Resort Krabi

หรูหราทันสมัยอีกหนึ่งความภูมิใจของ Kata Group ความงดงามเริ่มต้นตั้งแต่ชายหาด

วัดศาลาลอย จ.นครราชสีมา

ใครจะเชื่อว่าวัดเก่าแก่อย่างวัดศาลาลอยซึ่งเป็นวัดที่ท้าวสุรนารีหรือย่าโมสร้างขึ้นนั้นเป็นวัดที่มีอุโบสถแบบไทยประยุกต์ที่ทันสมัยมาก คือได้รับรางวัลดีเด่นแนวบุกเบิกอาคารทางศาสนาจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2516 นอกจากนั้นยังได้รับรางวัลจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศและนาคะประทีป 

 อุโบสถวัดศาลาลอยเป็นอุโบสถทรงเรือสำเภาแบบศิลปไทยประยุกต์ ประดับด้วยกระเบื้องดินเผาด่านเกวียนซึ่งเป็นกระเบื้องท้องถิ่นดินโคราช (ด่านเกวียน) ใครมาเที่ยวเมืองโคราชหรือจังหวัดนครราชสีมาอย่าลืมแวะมาวัดศาลาลอย มากราบสักการะอัฐิย่าโม มาชมนับเป็นอุโบสถที่งดงามมากแห่งหนึ่งครับ

ใครจะเชื่อว่าวัดเก่าแก่อย่างวัดศาลาลอยซึ่งเป็นวัดที่ท้าวสุรนารีหรือย่าโมสร้างขึ้นนั้นเป็นวัดที่มีอุโบสถแบบไทยประยุกต์ที่ทันสมัยมาก คือได้รับรางวัลดีเด่นแนวบุกเบิกอาคารทางศาสนาจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2516 นอกจากนั้นยังได้รับรางวัลจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศและนาคะประทีป   อุโบสถวัดศาลาลอยเป็นอุโบสถทรงเรือสำเภาแบบศิลปไทยประยุกต์ ประดับด้วยกระเบื้องดินเผาด่านเกวียนซึ่งเป็นกระเบื้องท้องถิ่นดินโคราช (ด่านเกวียน) ใครมาเที่ยวเมืองโคราชหรือจังหวัดนครราชสีมาอย่าลืมแวะมาวัดศาลาลอย มากราบสักการะอัฐิย่าโม มาชมนับเป็นอุโบสถที่งดงามมากแห่งหนึ่งครับ

ใครจะเชื่อว่าวัดเก่าแก่อย่างวัดศาลาลอยซึ่งเป็นวัดที่ท้าวสุรนารี หรือ ย่าโม สร้างขึ้นนั้นเป็นวัดที่มีอุโบสถแบบไทยประยุกต์ที่ทันสมัยมาก คือได้รับรางวัลดีเด่นแนวบุกเบิกอาคารทางศาสนาจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2516 นอกจากนั้นยังได้รับรางวัลจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศและนาคะประทีป

อุโบสถวัดศาลาลอยเป็นอุโบสถทรงเรือสำเภาแบบศิลปไทยประยุกต์ ประดับด้วยกระเบื้องดินเผาด่านเกวียน ซึ่งเป็นกระเบื้องท้องถิ่นดินโคราช (ด่านเกวียน) ใครมาเที่ยวเมืองโคราชหรือจังหวัดนครราชสีมาอย่าลืมแวะมาวัดศาลาลอย มากราบสักการะอัฐิย่าโม มาชมอุโบสถที่งดงามมากแห่งหนึ่งครับ

เสียดาย แสงสุดท้าย

ฟ้าเปลี่ยนสีที่ กรุงเทพ

วันก่อนมีโอกาสได้ไปเดินสวนหลวง ร.9 ปอดสาธารณะ ของคนกรุงเทพฯ ทางด้านตะวันออก อากาศร้อนอบอ้าว ท้องฟ้ามีเมฆหลายส่วน แต่ยังมีผู้คนมากมายต่างมาทำกิจกรรมกลางแจ้งกันตามถนัด บ้างก็ปล่อยพลังด้วยการปั่นจักรยาน เดินทอดน่อง เดินเร็ว วิ่งทำเวลา หรือวิ่งเพื่อสุขภาพ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่นานฟ้าก็จะมืดแล้ว ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลง มีก้อนเมฆปื้นใหญ่ทำตัวเป็นฉากรับแสงสีทองมะลังมะเรือง สวยงามยิ่งกว่าในท้องเรื่องเทพนิยาย อดใจไม่อยู่ต้องคว้ากล้องมาเก็บบรรยากาศ ณ ตอนนั้นเอาไว้ แต่ใจนึงก็เสียดายอยากได้ภาพการเปลี่ยนสีของท้องฟ้าในช่วงนี้ ซึ่งในกล้อง Nikon D750 มีระบบ VDO แบบเว้นวรรค (TimeLapse) ขาตั้งก็ไม้ได้แบกมาด้วย ตัดใจวางบนกระเป๋ากล้อง ซึ่งดีกว่ายืนดูเฉยแล้วปล่อยให้ท้องฟ้ามืดไปต่อหน้าต่อตา ตั้งรับแสง F/5.6 SpeedShutter 1/25 Auto ISO กดชัตเตอร์ให้กล้องทำงานไปแล้วรวมรูปให้กลายเป็นวีดิโอเคลื่อนที่เร็ว วันนี้เลยได้ภาพท้องฟ้าเปลี่ยนสีมาให้ชมกันเล็กน้อย…

นครธม-บายน อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ (รวมภาพ)

+เปิด PLA_8262
นครธมเป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์

นครธมเป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์

นครธมเป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ นครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาท ในยุคที่พระองค์เจริญวัยกระทั่งก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์เป็นยุคที่อาณาจักรอันเข้มขลังแห่งนี้มีเรื่องราวมากมายให้ศึกษา เริ่มตั้งแต่สงคราม ศาสนา สถาปัตยกรรม และรูปเคารพ ซึ่งเจริญรุ่งเรืองถึงชีดสุดและล่มสลายลงในเวลาต่อมา

ปราสาทบายนศูนย์กลางอาณาจักรนครธม (ภาพนี้ถ่ายบริเวณชันบน)

ปราสาทบายนศูนย์กลางอาณาจักรนครธม (ภาพนี้ถ่ายบริเวณชันบน)

ปฏิมากรรมรูปเคารพที่เชื่อว่าเป็นพระพักต์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

ปฏิมากรรมรูปเคารพที่เชื่อว่าเป็นพระพักต์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 ประสูติเมื่อประมาณ พ.ศ. 1663 หรือ พ.ศ. 1668 พระนามเดิมคือเจ้าชายวรมัน ทรงเสกสมรสตั้งแต่ทรงพระเยาว์กับเจ้าหญิงชัยราชเทวี สตรีที่มีบทบาทสำคัญที่สุดเหนือพระองค์และเป็นผู้โน้มนำให้พระองค์หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานในเวลาต่อมา

ปราสาทบายนชั้นล่าง

ปราสาทบายนชั้นล่าง

ใบเสมา (ถัดจากปราสาทบายน) แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาในยุคนครธม

ใบเสมา (ถัดจากปราสาทบายน) แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาในยุคนครธม

พ.ศ. 1720 – 1721 พระเจ้าชัยอินทรวรมันแห่งอาณาจักรจามปา ทรงนำทัพจามบุกเข้าโจมตียโศธรปุระ กองทัพเรือจามบุกเข้าถึงโตนเลสาบ เผาเมือง และปล้นสะดมสมบัติกลับไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจับพระเจ้าตรีภูวนาทิตวรมันประหารชีวิต หลังจากนั้นพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงกอบกู้แผ่นดินขึ้นมาใหม่ด้วยการนำทัพสู้ต่อกับพวกจามนานกว่า 4 ปี กระทั่งพิชิตกองเรือจามผู้เชี่ยวชาญการเดินเรือได้อย่างราบคาบ ในยุทธการทางเรือที่โตนเลสาบ

สะพานทางเดินในกลุ่มปราสาทนครธม

สะพานทางเดินในกลุ่มปราสาทนครธม

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กลุ่มปราสาทนครธม

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กลุ่มปราสาทนครธม

กลุ่มปราสาทในนครธม

กลุ่มปราสาทในนครธม

+9 PLA_8463

พ.ศ. 1724 ยโศธปุระกลับสู่ความสงบ เจ้าชายวรมันทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พร้อมกับบูรณปฏิสังขรณ์ราชธานีขึ้นมาใหม่ในชื่อ “พระนครหลวง” หรือ “นครธม” หรือ “นครใหญ่” และย้ายศูนย์กลางของราชธานีจากปราสาทปาปวนในลัทธิไศวนิกายมายังปราสาทบายนที่สร้างขึ้นใหม่ให้เป็นศาสนสถานในลัทธิมหายานแทน จากนั้นมาศูนย์กลางแห่งอาณาจักรเขมรโบราณจึงกลายเป็นปราสาทบายนกลางเมืองใหม่ “นครธม”

+10 PLA_8495

กำแพงและช่องประตูที่เชื่อมปราสาทหลายหลังในนคาธมเข้าไว้ด้วยกัน

กำแพงและช่องประตูที่เชื่อมปราสาทหลายหลังในนคาธมเข้าไว้ด้วยกัน

นครธมเป็นเมืองที่มีต้นไม้ร่มครึ้มปกคุลมเหมาะกับการเดินศึกษากลุ่มปราสาทเป็นอย่างยิ่ง

นครธมเป็นเมืองที่มีต้นไม้ร่มครึ้มปกคุลมเหมาะกับการเดินศึกษากลุ่มปราสาทเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อสถาปนาศูนย์กลางอาณาจักรเสร็จแล้วพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงแก้แค้นศัตรูเก่าคืออาณาจักรจามปา ใน พ.ศ. 1733 กองทัพของพระองค์ก็สามารถยึดเมืองวิชัยยะ เมืองหลวงของจามปาได้ หลังสงครามพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้สร้างพุทธสถานไว้มากมาย เช่น ปราสาทบันทายคดี ปราสาทตาพรม (สร้างถวายพระมารดา) ปราสาทพระขรรค์ (สร้างถวายพระบิดา) ปราสาทตาโสม ปราสาทนาคพัน ปราสาทบันทายฉมาร์ ส่วนปราสาทที่พบในประเทศไทยที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นผู้บูรณะคือปราสาทหินพิมาย (สันนิษฐานเป็นเมืองเกิดของพระมารดา) และปราสาทเขาพนมรุ้งให้เป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน และยังมีอาณาจักรละโว้ เมืองศรีเทพ รวมอยู่ด้วย

+13 PLA_8582

+14 PLA_8570
ปฏิมากรรมรูปสลักในกลุ่มปราสาทนครธม ส่วนใหญ่สมบูรณ์ดี มีบางส่วนเท่านั้นที่ทรุดโทรมเสียหาย

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ยังโปรดให้สร้าง “บ้านมีไฟ” (ที่พักคนเดินทาง) หรือ “ธรรมศาลา” ก่อด้วยศิลาและจุดไฟไว้ตลอด หลักฐานสำคัญจากจารึกที่ปราสาทพระขรรค์กล่าวถึงบ้านมีไฟว่ามีจำนวน 121 แห่ง อยู่ตามทางเดินทั่วราชอาณาจักร และตามทางเดินไปเมืองต่างๆ ในจำนวนนั้น มี 17 แห่งอยู่ระหว่างการเดินจากเมืองพระนครไปยังเมืองพิมาย (จ.นครราชสีมา ประเทศไทย) จารึกปราสาทพระขรรค์ยังระบุอีกว่ามีการสร้าง “อโรคยาศาลา” หรือโรงพยาบาล จำนวน 102 แห่ง กระจายอยู่ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งมีบางแห่งตั้งอยู่ในเขตประเทศไทย

+15 PLA_8597
ต้นไม้ปกคลุมร้านค้า-ร้านอาหารในนครธม

+16 PLA_8591
ถนนกลางเมืองนครธม ผู้คนยังใช้สัญจร

+17 PLA_8629

นอกจากตัวสถาปัตยกรรมและงานศิลปเชิงศาสนา พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสถาปนาคติ หรือชี้นำความเชื่อเรื่อง “พระพุทธเจ้ายังมีชีวิต” หรือ “พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร” (หมายถึงตัวพระองค์เอง) ความหมายคือพระโพธิสัตว์ที่เกิดมาเพื่อปัดเป่าทุกข์ภัยแก่ปวงราษฎร์ ประติมากรรมรูปสลักใบหน้าที่ปรากฏตามปรางค์ในหลายๆ ปราสาทเชื่อว่าเป็นใบหน้าของพระองค์ในภาคพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรนั่นเอง

บางตำรากล่าวไว้ว่ารูปปฏิมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นรูปสลักที่พบได้น้อยมาก สาเหตุมาจากปฏิมากรรมรูปเคารพถูกทุบทำลาย (อย่างตั้งใจ) ในยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 รูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นเป้าหมายของการทำลายมากกว่ารูปสลักอื่น ๆ รูปสลักที่ประดิษฐานในศาสนสถานถูกรื้อถอน ประติมากรรมรูปสลักที่เหลืออยู่ปรากฏร่องรอยการทุบทำลายจนส่วนของพระนาสิกแตกหัก พระเศียรกับพระวรกายถูกแยกออกจากกัน เรื่องนี้เป็นคำตอบหนึ่งซึ่งทำให้เราคลายความสงสัยว่าทำไมจึงมีรูปสลักในหลายๆ ส่วนถูกแยกและทุบทำลายยังความเสียหายที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

+PLA_8585

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สิ้นพระชนม์ในประมาณปี พ.ศ. 1758 หรือ พ.ศ. 1762 ประมาณกันว่ามีพระชนม์ชีพยืนยาวถึง 94 ปี ฉลองพระนามหลังสวรรคตว่า “มหาบรมสุตตะ” หมายความว่า “พระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่” (เรื่องพระนามหลังสิ้นพระชนม์บางข้อมูลอ้างว่าได้ตั้งชื่อไว้ก่อนแล้ว) หลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์อาณานครธมแปรเปลี่ยนไปในทิศทางใดคงต้องตามค้นคว้ากันเอาเอง แต่ถ้าให้สรุปสั้นๆ ต้องบอกว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั้นเรืองอำนาจและสามารถปกครองอาณาจักรอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ได้ยาวนานมากที่สุดครับ

+PLA_8272
ปฏิมากรรมรูปเคารพสลักเสลาเป็นรูปพระพักต์พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สัญญลักษณ์แห่งนครธม

หมายเหตุ

- การเดินทางไปชมปราสาทขอมโบราณในเมืองเสียมเรียบต้องทำบัตรประจำตัวผู้เข้าชม (ถ่ายภาพติดบัตร) และสามารถเลือกจ่ายค่าเข้าชมหรือ Angkor Admissions Price & Tickets ได้ในแบบ 1 วัน 37 ดอลล่าร์ยูเอส, 3 วัน 62 ดอลล่าร์ยูเอส, 7 วัน 72 ดอลล่าร์ยูเอส การจ่ายแบบนี้ก่อประโยชน์ต่อการเข้าชมเพราะสามารถชมได้ทุกปราสาท โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวแบบศึกษาอย่างจริงจังหรือช่างภาพที่ต้องการสภาวะแสงที่เหมาะสมครับ

“นางไม้” [Dryopes] นิทรรศการภาพถ่ายโดย เชน บุนนาค

"นางไม้" [Dryopes] นิทรรศการภาพถ่ายโดย เชน บุนนาค

"นางไม้" [Dryopes] นิทรรศการภาพถ่ายโดย เชน บุนนาค

“นางไม้” [Dryopes] นิทรรศการภาพถ่ายโดย เชน บุนนาค

หากเราอ่อนไหวเพียงพอ และเปิดจิตเปิดใจให้มากเมื่ออยู่ต่อหน้าธรรมชาติป่าเขา เราก็จะเข้าใจและซาบซึ้งกับความทรงพลังของผลงานชุด “นางไม้” ของ เชน บุนนาค ช่างภาพและนักทำหนังอิสระ ผู้ที่เห็นและสัมผัสจิตวิญญาณของเจ้าที่อยู่เสมอ

เชน บุนนาค (เกิด 2519, แคมบริดจ์, อังกฤษ) ช่างภาพและนักทำหนังอิสระ ลูกครึ่งไทย-ไอริช เขาเติบโตที่กรีซและอังกฤษและจบปริญญาโทประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งอีดินเบิร์จ ปัจจุบันเป็นผู้สร้างหนังสารคดีและหนังแนวทดลองในประเทศไทย

เชนจับจิตวิญญาณของสถานที่ด้วยการเปิดหน้ากล้องนานๆ และขอให้นางแบบเต้นระบำไปมาคล้ายการบูชาเจ้าที่ ผลลัพธ์ที่ได้ดูคล้ายอาการเมาเห็ดวิเศษ ที่ชาวกรีกโบราณใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา เรารู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่น ไม่แน่ชัดว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน

"นางไม้" [Dryopes] นิทรรศการภาพถ่ายโดย เชน บุนนาค

“นางไม้” [Dryopes] นิทรรศการภาพถ่ายโดย เชน บุนนาค

เราเห็นหญิงสาวในชุดกระโปรงยาวดำ เคลื่อนไหวร่ายรำเป็นเงาดำ วูบวาบไปมา ราวกับภูตพรายนางไม้ที่ไม่อาจจับต้อง บางครั้งเธออยู่ในร่างเงาอันเปลือยเปล่าเย้ายวน หรือแปลงร่างเป็นปีศาจคอยาวของจิตรกร ฟรานซิส เบคอน

“ภาพถ่ายนางไม้ชุดนี้ ดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเมายา เงานางไม้กำลังร่ายรำสอดส่ายไปมา ท่ามกลางหมู่ดาวและแสงจันทร์กระจ่างฟ้า เชนทำให้เราดื่มด่ำภาพทิวทัศน์ในมิติระดับจิตวิญญาณ มากกว่าตัวความงามของธรรมชาติป่าเขาในระดับผิวเผิน สูตรสำเร็จแบบส.ค.ส. หรือภาพการท่องเที่ยวที่เราคุ้นเคย” มานิต ศรีวานิชภูมิ ภัณฑารักษ์โครงการ ‘จับตา’ – Project New Visions อธิบาย

“นางไม้”  [Dryopes] นิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวครั้งแรกของเชน บุนนาค จะมีพิธีเปิดนิทรรศการเสาร์ที่ 6 พ.ค. เวลา 18.30 – 21.00 น. 6 พฤษภาคม – 24 มิถุนายน 2559 ณ Kathmandu Photo Gallery 87 ถนนปั้น ใกล้วัดแขกสีลม (เดิน 5 นาทีจาก BTS สุรศักดิ์) เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ 11.00 – 18.00 น. สอบถามโทร.0 2234 6700 www.kathmanduphotobkk.com

"นางไม้" [Dryopes] นิทรรศการภาพถ่ายโดย เชน บุนนาค

“นางไม้” [Dryopes] นิทรรศการภาพถ่ายโดย เชน บุนนาค

จามจุรียักษ์กับอาชาบนสนามหญ้า

จามจุรียักษ์กับอาชาบนสนามหญ้า

+เปืด

จามจุรียักษ์กับอาชาบนสนามหญ้า

จามจุรียักษ์กับอาชาบนสนามหญ้า

ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะไปถ่ายภาพต้นจามจุรียักษ์ที่จังหวัดกาญจนบุรีกันมาก มีคำถามว่าอยู่ตรงไหนของเมืองกาญฯ ต้องตอบว่าก้ามปูหรือจามจุรียักษ์ต้นนี้เจริญเติบโตอยู่ในเขตกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก ในเขต ต.ด่านสำโรง อ.เมือง นี่เอง คือไปง่ายมาง่ายไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่อยากบอกเพิ่มเติมว่าความจริงในพื้นที่อันกว้างใหญ่ของกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 ไม่ได้มีแค่ต้นไม้อายุร้อยกว่าปีแต่มีขุนเขา บึงน้ำ คอกม้า และมีม้ามากกว่า 300 ตัว วิ่งๆ เดินๆ อยู่บนผืนหญ้าเขียวเชิงเขา ที่สำคัญกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 ไม่ได้เพิ่งมีในปีสองปีนี้แต่เขาถือกำเนิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2453 แล้วลองไปดูประวัติกันครับว่าเขามีที่มายังไง

+01-PLA_0797
จามจุรีอายุกว่าร้อยปี

ดอกจามจุรีแสนสวยที่คนไทยไม่รุ้จักแล้ว

ดอกจามจุรีแสนสวยที่คนไทยไม่รุ้จักแล้ว

ดอกจามจุรีแสนสวยที่คนไทยไม่รุ้จักแล้ว

ดอกจามจุรีแสนสวยที่คนไทยไม่รุ้จักแล้ว

พ.ศ. 2453 เริ่มมีการจัดตั้งหน่วยเป็นครั้งแรก ชื่อว่า แผนกอัศวแพทย์ ขึ้นอยู่กับกรมจเรการสัตว์พาหนะทหารบก และการทหารม้าและปืนใหญ่เทียมลากด้วยม้า เพื่อเป็นหน่วยที่ดำเนินการรักษาพยาบาลสัตว์ในกองทัพบก

ดอกคูณบริเวณคอกม้า

ดอกคูณบริเวณคอกม้า

ภาพเหล่านี้คือสรวงสวรรค์ของคนรักม้า

ภาพเหล่านี้คือสรวงสวรรค์ของคนรักม้า

ภาพเหล่านี้คือสรวงสวรรค์ของคนรักม้า

ภาพเหล่านี้คือสรวงสวรรค์ของคนรักม้า

พ.ศ. 2454 ร้อยโทหม่อมเจ้า ทองฑีฆายุ ทองใหญ่ (ยศขณะนั้น ) นายทหารประจำแผนกจเรทหารม้า ซึ่งสำเร็จวิชาทหารม้า และวิชาสัตวแพทย์ จากประเทศรัสเซีย ทรงเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนสัตว์แพทย์ทหารบก หลักสูตร 1 ปี ชื่อว่า โรงเรียน นายดาบสัตวรักษ์ ในปี พ.ศ.2455 โดยมีที่ตั้งที่ ถนนเศรษฐศิริ (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ ยศ.ทบ.) รุ่นแรกมีนักเรียน 8 คน นับว่าเป็นโรงเรียนสัตวแพทย์แผนปัจจุบัน แห่งแรกในประเทศไทย

กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก

กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก

กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก

กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก

จากนั้นมีการปรับเปลี่ยนเปลี่ยนปรับกระทั่งปี พ.ศ.2494 ได้เริ่มทำการผสมม้า โดยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ คือ การผสมเทียมขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่สถานีพ่อม้ากรุงเทพฯ

พ.ศ.2496 กรมการสัตว์พาหนะทหารบก ได้แยกออกจาก กรมพลาธิการทหารบก มาเป็นหน่วยขึ้นตรงต่อกองทัพบกและเปลี่ยนชื่อเป็น “ กรมการสัตว์ทหารบก ” ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหมพิเศษ ที่ 59/23640 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2495 โดยแต่งตั้งให้ พล.ต.ไตรเดช ปั้นตระกูล เป็น เจ้ากรมการสัตว์ทหารบก มีที่ตั้งอยู่ที่ ถนนศรีอยุธยา ตำบลพญาไท จังหวัดกรุงเทพฯ โดยมีหน่วยขึ้นตรง 8 หน่วย คือกองการผสมสัตว์กองการเสบียงสัตว์กองการสัตว์รักษ์กองสัตว์ภัณฑ์กองวิทยาการหมวดเสนารักษ์ฝ่ายการเงินฝ่ายพลาธิการ

กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก

กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก

ทหารไม่ได้มีหน้าที่ถือปินแต่เพียงอย่างเดียว หากอยากเห็นทหารอ่อนโยนต้องมาที่นี่ กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก

ทหารไม่ได้มีหน้าที่ถือปินแต่เพียงอย่างเดียว หากอยากเห็นทหารอ่อนโยนต้องมาที่นี่ กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก

ส่วนกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก จ.กาญจนบุรี ในปัจจุบันมีหน้าที่หลักคือดำเนินการผสมและบำรุงพันธุ์สัตว์สำหรับใช้ในราชการทหารเลี้ยงสัตว์สำหรับใช้ในราชการทหารดำเนินการฝึกสัตว์สำหรับใช้ในราชการทหารดำเนินการผลิตอาหารสัตว์สนับสนุนกองทัพบกดำเนินการทางด้านเกษตรกรรมเพื่อสนับสนุนหน่วยงานในกองทัพบกบันทึกและรายงานสถิติผลงานตามหน้าที่

กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก

กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก

กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบกจ.กาญจนบุรีเปิดให้ประชาชนคนรักการท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

หมายเหตุ

ต้นจามจุรีมีอายุมากกว่า 100 ปี แผ่กิ่งก้านคลุมผืนที่กว้าง 1 ไร่กว่า

การเดินทาง

ใช้เส้นทางทางไป อ.ด่านมะขามเตี้ยอยู่เลยวัดถ้ำมังกรทอง 6 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร ผ่านวัดมุนีย์นาถแล้วเลี้ยวขวา (ต้นจามจุรีอยู่ด้านในผ่านคอกม้าเข้าไป)

“โนราโรงครู” ความเชื่อ ความกตัญญู คู่คนใต้

โนราโรงครู วัดท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง
โนราโรงครู วัดท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง

โนราโรงครู วัดท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง

“โนราโรงครู” การแสดงโนราประกอบพิธีกรรม มีจุดมุ่งหมายสำคัญ คือ เคารพบูชาและแสดงความกตัญญูต่อวิญญาณบรรพบุรุษ เพื่อทำพิธีครอบครูโนรา และรักษาโรคต่างๆ รวมทั้งเพื่อแก้บนในสิ่งที่ผู้ศรัทธาเคยได้บนบานศาลกล่าวไว้

ปัจจุบัน โนราโรงครูยังคงมีการสืบสานอย่างเคร่งครัดในหลายจังหวัด เช่น สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง โดยเฉพาะในกลุ่มคณะนักแสดงโนรายังมีการประกอบพิธีกรรมโนราโรงครูอย่างต่อเนื่อง

โนราโรงครู วัดท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง

โนราโรงครู วัดท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง

โนราโรงครู วัดท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง

โนราโรงครู วัดท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง

ผู้ที่ถูกเลือกเป็นคนทรงครูหมอโนรา จะต้องวางตนอยู่ในศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ ไม่ผิดลูกเมียผู้อื่น ตัดขาดจากอบายมุข หากฝ่าฝืนหรือไม่นอกจากจะไม่ได้รับการยอมรับจากชุมชนแล้วยังเชื่อกันว่าอาจ “มีอันเป็นไป” หรือถูกลงโทษจากบรรพบุรุษ

โนราโรงครู เป็นพิธีกรรมที่สร้างเป็นความสัมพันธ์ในกลุ่มคนที่มีความเชื่อและความศรัทธาร่วมกัน ญาติมิตรที่อาศัยอยู่ห่างไกลได้กลับมาพร้อมกันอีกครั้ง ได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ตั้งแต่การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษ กินเลี้ยง สนุกสนานด้วยกัน ทำให้เกิดความรู้สึกร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ถือว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีส่วนในการสร้างความมั่นคงในชุมชนของชาวใต้

โนราโรงครู วัดท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง

โนราโรงครู วัดท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง

ทุกๆ ปีที่วัดท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง จะมีพิธี “โนราโรงครู” ตามธรรมเนียมโบราณที่หาชมได้ยาก และเป็นเสมือนศูนย์รวมใจของลูกหลานโนราจากทั่วทุกจังหวัดภาคใต้ โดยในปีนี้กำหนดจัดระหว่างวันที่ 3 – 6 พฤษภาคม

โนราโรงครู วัดท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง

โนราโรงครู วัดท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB :

มโนราห์โรงครูท่าแค – พ่อขุนศรีศรัทธา

Pyat Music & Artel
 แปลงโลกศิลปะมาเป็นที่พักมากดีไซน์

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

เมื่อสโมสรศิลปะในนามสโมศิลป์และบ้านเพลง ที่รู้จักกันดีในนาม บ้านเพลงพยัตหรือพยัตมิวสิคเฮ้าส์ แปลงร่างเป็นที่พักขนาดเล็ก เพื่อต้อนรับเพื่อนผู้รักงานดีไซน์ในแวดล้อมศิลปะ มันจะมีน่าตาอย่างไร เจ๋งขนาดไหน ต้องตามไปดูกันเอง ที่สำคัญเมื่อปัจจุบันมี Hostel ให้เลือกมากมาย แล้วทำไมต้องพาตัวเองไปอยู่ในซอยสุขสงบย่านลาดพร้าวด้วย เรื่องนี้ คุณตู่ ทองดา นักออกแบบมือดีมีคำตอบครับ

Pyat Music & Artel


Pyat Music & Artel

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

โถงชั้นล่างกว้างขวาง แบ่งออกเป็นหลายส่วน เช่น ห้องอัด ห้องเรียน ห้องทำงาน ส่วนพักผ่อน (ส่วนกลาง) และด้านนอกเป็นสวน เล็กๆ

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

“หากพูดถึงที่พักขนาดเล็กในย่านรัชดา-ลาดพร้าว ว่าอยู่ที่ไหน มีลักษณะอย่างไรบ้าง คงพูดไปสามวันสองคืนไม่จบ เพราะมีอยู่มากมาย ทั้งในแง่ของความหลากหลายและจำนวน แต่หากเราพูดถึงความชัดเจนในแง่ของจุดยืน “Pyat Music & Artel” คือที่พักแห่งใหม่ที่มีความชัดเจนและแข็งแรงในการนำเสนอความเป็น “Music House” ซึ่งแวดล้อมไปด้วยกิจกรรมด้านดนตรีและศิลปะ คือเดิมทีที่นี่เป็นสถานที่ทำงานของคนดนตรีและศิลปะจริงๆ หลายคนรู้จักที่นี่ในนาม “สโมศิลป์” (สโมสรศิลปะ) และค่ายเพลง ชื่อ “บ้านเพลงพยัต” …

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

บรรยากาศโถงส่วนกลางบนชั้น 2

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

ส่วนพีกผ่อนในโถงกลางของชั้น 2 มีให้เลือกหลายมุม

…การปรับให้บ้านหลังนี้มีที่พักเนื่องจากเราตั้งใจให้ผู้มาเยือนบ้านดนตรีหลังนี้ได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนทำงานดนตรีจริงๆ และได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมดนตรีและศิลปะ ที่มีการจัดตลอดทั้งปี เช่น คอร์สเรียนเขียนเพลง, คอร์สเรียนร้องเพลง, คอร์สการเขียนหนังสือ อะคูสติกกีตาร์ปาร์ตี้ การเพ้นท์สีน้ำ การถ่ายภาพ กิจกรรมเหล่านี้ผู้เข้าพักจะได้สัมผัสโดยตรงจากเจ้าของบ้านและแขกรับเชิญ (วิทยากร) ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาตลอดทั้งปี และนี่คือคอนเซ็ปท์ของ ARTEL ที่เราสร้างและอยากให้ทุกคนเข้ามาเยี่ยมเยือนในฐานะเพื่อนครับ”

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

ห้องสุขาบนชั้น 2 แบ่งออกเป็น 2ห้อง

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

ภายในห้องอาบน้ำ (ชั้น 2)
คุณตู่ ทองดา นักออกแบบมืออาชีพผู้ชำนาญการออกแบบตกแต่งภายในพูดถึงที่พักในรูปแบบใหม่ที่เขาเรียกมันว่า “ARTEL” ส่วนใครสนใจลองติดต่อด้วยตัวเอง สำหรับผมคิดว่าที่นี่น่าสัมผัสมาก คือหลังจากเข้าไปชมด้วยตัวเองต้องบอกว่านี่คือมิติใหม่ในเรื่องที่พัก ไม่แน่ใจนักว่าที่พักในคอนเซ็ปท์แบบนี้มีที่อื่นหรือเปล่าเพราะผมไม่เคยได้ยินมาก่อน

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

ห้องนอนเรียบง่ายแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

ส่วนทำงานเล็กๆ ในห้องพักเล็กๆ ผู้เขียนเรียกมันว่า “ซอกสุข”

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

ห้องพักมีให้เลือกทั้งหมด 4ห้อง 4 สไตล์คล้ายๆ แต่ไม่เหมือนกันซักห้อง

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล

สิ่งเหล่านี้คือรายละเอียดของงานดีไซน์เพื่อความสะดวกสบายของเพื่อนผู้มาเยือน

Pyat Music & Artel
 (พยัตมิวสิคแอนด์อาร์ตเทล) 184 ลาดพร้าว 62 ซอย ตะวันรุ่ง 7 วังทองหลาง กรุงเทพฯ
 Tel: 0635192899
 FB: Pyat Music & Artel
 E-mail: smosilp@gmail.com

แผนที่ พยัตมิวสิค แอนด์ อาร์ตเทล