Category Archives: ในประเทศ

ตลาดน้ำดอนหวาย

ตลาดน้ำดอนหวาย

อิ่มอร่อยในย่านเก่ากันได้ทุกวัน ไปมาสะดวกราคาประหยัด 

วีรบุรุษ แห่งทุ่งใหญ่นเรศวร

วีรบุรุษ แห่งทุ่งใหญ่นเรศวร

สัตว์ป่าก็รักชีวิตของมัน บางตัวมันร้องโหยหวนก่อนสิ้นลมหายใจ ราวกับว่ามันร้องเรียกหาคู่หรือลูกของมันเพื่อสั่งลา 

1 ปีที่พ่อหลวงจากเราไป

ปางช้าง อยุธยา
วังช้างอยุธยาแลเพนียดนำช้างจำนวน 9 เชือกพร้อมชาวอยุธยาจำนวนมาก ร่วมยืนถวายอาลัยเป็นเวลา 89 วินาทีเนื่องในโอกาสครบ1ปีวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทรสยามมินทราธิราชบรมนาถบพิตรณลานวัดพระรามในจ.พระนครศรีอยุธยา 

ประเพณีตักบาตรข้าวต้มลูกโยน วัดพระพุทธฉาย

+PLA_6747

ประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันคืองานตักบาตรข้าวต้มลูกโยน วัดพระพุทธฉาย จังหวัดสระบุรี

โฮมสเตย์ บ้านท่าขันทอง

+เปิดPLA_5958

หมู่บ้านท่องเที่ยว มีที่พักแบบโฮมสเตย์ มีฐานการเรียนรู้ มีแปลงเกษตรให้ดู มีวิถีชีวิตที่ดี พวกเขาน่ารักดี ดีที่ได้มา มาจึงได้เจอ

กวนอู เทพเจ้าแห่งความกล้าหาญ องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

+เปิดPLA_4725

ประดิษฐานที่บ้านหัวถนน เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีประวัติเป็นมาอย่างไรต้องเข้าไปดูครับ 

น้ำตกปลาบ่า ลำธาราแห่งสายน้ำสาน

+เปิดPLA_3360

เรียบง่ายแต่งดงาม สายน้ำสานตำนานปลาบ่า

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง

สารภาพกันตามตรง นั่งรถจาก จ.เชียงใหม่ ผ่าน อ.​ฮอด จนไปนอนที่ แม่สะเรียง เรื่อยๆจนถึง จ. แม่ฮ่องสอน หลายต่อหลายเที่ยว แต่ก็ยังไม่เคยแวะที่ ออบหลวง สักครั้ง แต่ทุกครั้งที่ผ่านก็นึกเพียงว่า ถ้ามาล่องแก่งเรือยางผ่านช่องเขาที่ตรงนี้ คงจะท้าทายไม่แพ้แก่งระดับ 5 ที่ไหนๆ ที่เขาว่าโหดๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

อุทยานแห่งชาติออบหลวง อยู่ในพื้นที่ของ รอยต่อระหว่าง อ.ฮอด อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ การเดินทางสะดวกมาก เพราะอยู่ติดริมทางหลวงหมายเลข 108 จาก จ.เชียงใหม่ไป อ.แม่สะเรียง ซึ่งถ้าจะแวะก็ได้ แต่ทำไมไม่แวะ นั่นเพราะการเดินทางไปให้ถึงปลายทางนั้นก็กินเวลามากพออยู่แล้ว ถ้าขืนแวะคงถึงที่หมายดึกดื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แปลว่าต้องต้องตั้งใจมาไม่ใช่เพียงแค่แวะมาเล่นๆ

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

และในวันนี้ก็ได้แวะสักที หลังจากชะเง้อมองมานานเหลือเกิน ในฤดูฝนวันแดดแรง เหมาะมากที่จะหลบร่มสักพักแล้วค่อยออกไปหาความหมายของออบหลวงซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกล ยังพอมีเวลานิดหน่อยให้กินอาหารกลางลำน้ำสีขุ่นราวกับชาเย็น ไหลแรงยกตัวข้ามแก่งเกิดเสียงดังก้องไปทั้งช่องเขาปลายทางข้างหน้า แต่ตอนนี้ไม่สามารถข้ามสิ่งกีดขวางที่อยู่ในกล่องข้าวสานด้วยไม่ไผ่ ที่บรรจุอาหารเมืองสำหรับ 1 มื้อไว้

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

 จุกเลยมื้อนี่

 จุกเลยมื้อนี่

 มองลงไปขาสั่นนิดๆ

 มองลงไปขาสั่นนิดๆ

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

 ร่มเงาของต้นไม้ทอดยอดไปถึง ที่มาของ “ออบหลวง” ช่องเขาขนาดไม่กว้างนัก บีบลำน้ำกว้างกว่าสิบเมตรเหลือช่วงแคบสุดที่เพียง 2 เมตร ถ้านึกบรรยากาศไม่ออกก็ราวกับการเขย่าขวดน้ำอัดลมแล้วเปิดฝา ความแรงของสายน้ำที่ไหลแรงอยู่แล้วกลายเป็นพลังอันมหาศาล ตอนนี้นี่อยากลืมตื่นในชั่วโมงเรียนฟิสิกส์ จะได้คำนวณความแรงออกมาเป็นตัวเลขให้เห็นกันชัดเลยๆ หรือเทียบกับเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ ว่ามีพลังมากพอที่จะผลิตไฟให้ห้างใน กทม. ได้เท่ากับกี่ห้าง แต่อย่าเข้าใจไปว่าอยากให้เอาโรงไฟฟ้ามาอยู่ตรงนี้หนา
ฝั่งขวานี่คล้ายหน้าคนนิ

ฝั่งขวานี่คล้ายหน้าคนนิ

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ในช่วงที่ฝนตกชุกเช่นนี้ น้ำขุ่นแดง เชียวเกินกว่าจะลงเล่นน้ำ กิจกรรมต่างๆ ก็งดไปด้วยทั้งล่องแก่ง กางเต็นท์พักแรม แต่สามารถเที่ยวชมได้ หน้าฝนก็จะเขียวๆ ชอุ่มๆ ดอกไม้พอหาเสพได้ตามผนังหิน มอสเฟิร์นดูสดชื่นชุ่มฉ่ำเพลินตาดี ในที่เดียวกันนี้ ยังมีภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นลายเส้นสีขาวยังดูชัดไม่เลือนลาง ต่างจากที่อื่นๆ ซึ่งมักเป็นสีต่างๆ ลวดลายดูจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับผาแต้ม ต่างกันที่สีนี่ล่ะ

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

มีเวลาอยู่ที่นี่ราว 2 ชั่วโมง ผลิตเหงื่อออกมาได้อย่างคุ้มค่าข้าวนึ่ง แคปหมู ไส้อั่วน้ำพริกหนุ่ม ไหนๆ ก็แวะตรงนี้แล้ว ก็ไปกลับรถที่สวนสนบ่อแก้วกัน แม้จะแวะมาหลายครั้งก็ยังน่าสนใจในทุกๆ ช่วงเวลา พิเศษตรงที่ช่วงนี้มี กระเจียวเด็กสีขาวน่ารักน่าชังให้ก้นโค้งถ่ายรูปกันตามกำลัง ฝนโปรยลงมาแล้วสาวเท้าอย่างไวขึ้นรถ มุ่งหน้าไปปลายทางที่ แม่แจ่ม ก่อนละกัน
 ดอกไม้ในแสงขาวระหว่างเงาดำ

 ดอกไม้ในแสงขาวระหว่างเงาดำ

 ดอกไม้ริมทาง

 ดอกไม้ริมทาง

มอสเฟิร์นยึดที่นั่ง

มอสเฟิร์นยึดที่นั่ง

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ป่าสนบ่อแก้ว ใครผ่านก็ต้องเลี้ยวรถลงไปถ่ายรูปกันสักนิดนึง

ป่าสนบ่อแก้ว ใครผ่านก็ต้องเลี้ยวรถลงไปถ่ายรูปกันสักนิดนึง

นายแบบจำยอม

นายแบบจำยอม

สนเรียงราย

สนเรียงราย

 ร่องรอยเปลือกสน

 ร่องรอยเปลือกสน

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

หนูน้อยหมวกแดง

หนูน้อยหมวกแดง

กระเจียวน้อย สีขาว

กระเจียวน้อย สีขาว

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

ออบหลวง ชุ่มฉ่ำ สวนสน ชุ่มชื้น

 ปล่อยอารมณ์

 ปล่อยอารมณ์

 สองเรา

 สองเรา

จะไปแล้วหรา  ขอหนมกินหน่อย จิ

จะไปแล้วหรา ขอหนมกินหน่อย จิ

แผนที่ออบหลวง

ผาช่อ

ผาช่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง จ.เชียงใหม่
ผาช่อ

ผาช่อ

ทางเดินช่วงแรก / ผาช่อ

ทางเดินช่วงแรก / ผาช่อ

เดินบนธารน้ำ มีน้ำไม่มาก แค่ซึมๆ ไม่ถึงกับเปียก / ผาช่อ

เดินบนธารน้ำ มีน้ำไม่มาก แค่ซึมๆ ไม่ถึงกับเปียก / ผาช่อ

ผาช่อ ผาหินโบราณที่มีมาแต่ยุคเทอเชียเรีย ประกอบด้วยชั้นหิน ดิน และทรายแป้ง แต่เดิมชื่อ “ผาจ้อ” แต่มาเปลี่ยนเป้น “ผาช่อ” ในภายหลัง คือเปลี่ยนหลังจากชาวบ้านไปพบแล้วแจ้งให้ทางกรมป่าไม้ทราบ ทางเจ้าหน้าที่จึงเดินทางเข้ามาสำรวจในปี 2544 ปรากฏว่าผาหินที่พบสันนิษฐานว่ามีอายุราว 5 ล้านปี เป็นประติมากรรมธรรมชาติเกิดจากการสะสมของตะกอนบริเวณขอบแอ่งของแม่น้ำ (ใต้แม่น้ำปิง) ต่อมาธรณีแปรสัณฐาน  ชั้นตะกอนถูกดันขึ้น ภายหลังถูกกัดเซาะจากลมฝน ชะล้างผิวหน้าตะกอนเกิดเป็นลวดลายสวยงามดังที่เห็นในวันนี้

เดินบนธารน้ำ มีน้ำไม่มาก แค่ซึมๆ ไม่ถึงกับเปียก / ผาช่อ

เดินบนธารน้ำ มีน้ำไม่มาก แค่ซึมๆ ไม่ถึงกับเปียก / ผาช่อ

ทางเดินช่วงสุดท้ายก่อนขึ้นไปพบผาช่อเป็นบันไดทอดไปบนเนินสูง / ผาช่อ

ทางเดินช่วงสุดท้ายก่อนขึ้นไปพบผาช่อเป็นบันไดทอดไปบนเนินสูง / ผาช่อ

ผาช่ออยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแม่วาง การเดินทางเข้าไปสะดวกมากคือถนนลาดยางอย่างดีเข้าไปถึงจุดเดินเท้า การเดินต้องผ่านธารน้ำคดโค้งขนาดเล็ก ในหน้าฝนธารชื้นเพราะมีน้ำ ส่วนในฤดูอื่นแห้งสนิท มีการเดินขึ้นเนินเขาเล็กน้อย ไม่มีอะไรยากลำบาก เดินง่าย จะมีบ้างบางช่วง (ขากลับ) ที่ทางน้ำค่อนข้างแคบ

ผาช่อ

ผาช่อ

ผาช่อ

ผาช่อ

ผาช่อ

ผาช่อ

การเข้าไปดูผาช่อควรไปช่วง 11 โมง-บ่ายโมง คือช่วงนี้แดดส่องลงมาตรงๆ เห็นรายละเอียดพื้นผิวผาช่อที่สูงกว่า 30 เมตรชัดเจน แต่ช่วงหน้าหนาวตะวันอ้อมต้องดูทิศทางกันอีกทีหนึ่ง

นอกจากผาช่อและความสำคัญทางธรณีวิทยา เช่น ดิน หิน บริเวรผาช่อยังประกอบด้วยป่าโปร่งเบญจพรรณ มีไม้จำพวก เหียง เต็ง รัง ให้ร่มเงา หากมาในช่วงปลายหนาวจะพบว่าป่าบริเวณนี้เปลี่ยนสี กลายเป็นป่าเปลี่ยนที่ที่งดงามมาก แต่เมื่อใบร่วงไปแล้วอาจร้อนสักหน่อยเพราะไม่มีร่มเงา (แต่ถ้าไปช่วงหน้าฝนจะพบป่าอุดมสวยไปอีกแบบ) นอกจากไม้ยืนต้นดังกล่าวบริเวณพื้นด้านล่างยังพบพืชคลุมดิน พวกเห็ด มอส เฟิร์น ดอกข่าลิง และดอกไม้อื่นๆ อีกหลายชนิดซึ่งเป็นไม้ชั้นล่างหรือไม้คลุมดินที่สำคัญต่อระบบนิเวศน์ด้วย

เสาหินโรมัน / ผาช่อ

เสาหินโรมัน / ผาช่อ

เทียบขนาดระหว่างคนกับผาช่อ

เทียบขนาดระหว่างคนกับผาช่อ

ผาช่อ

ผาช่อ

ผาช่อ

ผาช่อ

ผาช่อเป็นผางามที่น่าอัศจรรย์ เกิดจากกระบวนการธรรมชาติ โดยปกติเราจะพบสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้ที่เมืองแพร่ น่าน สระแก้ว ส่วนผาช่อถือว่าเป็นแหล่งที่ค้นพบใหม่ล่าสุด ส่วนคำถามที่ได้ยินอยู่บ่อยๆ คือผาช่อสวยกว่าแพะเมืองผีหรือสวยกว่าละลุหรือเปล่า ผมคงตอบไม่ได้ ความสวยอยู่ที่ใจอยู่ที่รสนิยมต้องไปชมแล้วตัดสินเอง

ผาช่อ

ผาช่อ

ดอกข่าลิงพบระหว่างทาง / ผาช่อ

ดอกข่าลิงพบระหว่างทาง / ผาช่อ

ผืนป่าเต็งรัง / ผาช่อ

ผืนป่าเต็งรัง / ผาช่อ

ผาช่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่

+16PLA_7395

ป้ายนิเทศน์ด้านหน้า บริเวณทางเข้า / ผาช่อ

บางป้ายผมว่ารบกวนไปนิด คือขนาดและตำแหน่งที่ตั้งไม่เหมาะสม / ผาช่อ

บางป้ายผมว่ารบกวนไปนิด คือขนาดและตำแหน่งที่ตั้งไม่เหมาะสม / ผาช่อ

แผนที่ ผาช่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่

  • ผาช่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง จ.เชียงใหม่

ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

++เปิด-PLA_3179
ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

ทางเดินช่วงแรกต้องผ่านป่าไผ่ แนวหินระเกะระกะ  ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

ทางเดินช่วงแรกต้องผ่านป่าไผ่ แนวหินระเกะระกะ  ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

บางจุดมองเห็นทัศนียภาพผานกเค้า  ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

บางจุดมองเห็นทัศนียภาพผานกเค้า ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

บางจุดต้องข้ามสะพานไม้  ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

บางจุดต้องข้ามสะพานไม้ ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

มีคนสงสัยและถามผมว่า “ช่วงนี้ภูกระดึงปิด แล้วผมขึ้นไปได้ยังไง” หลายคนที่ตั้งคำถามคงรู้สึกแปลกๆ เพราะโดยปกติภูกระดึงมีกฎเหล็ก ห้ามขึ้นหน้าฝนโดยเด็ดขาด เหตุผลหลักคือปล่อยให้ป่าฟื้นตัวจากการถูกเหยียบย่ำจากนักท่องเที่ยว ที่ผมขึ้นไปได้เพราะวันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันเปิดภูกระดึง ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จับมือกับทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึงจัดการแข่งขันวิ่งขึ้นภู ด้วยเหตุนี้จึงมีทีมสำรวจเส้นทางขึ้นไปทำงาน ส่วนผมไปในฐานะตัวแทน www.thai-traveller.com  และ www.khobjaithailand(ขอบใจไทยแลนด์)  ไปเป็นผู้สังเกตการณ์ บันทึกภาพ และนำข่าวนี้ออกมาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้กันโดยทั่วไป

ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

เฟิร์นก้านดำในซอกหิน  ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

เฟิร์นก้านดำในซอกหิน   ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

มอส เฟิร์น เจริญเติบดตบนแผ่นหิน แสดงให้เห้นถึงความชุ่มชื้นตลอดสองข้างทาง  ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

มอส เฟิร์น เจริญเติบดตบนแผ่นหิน แสดงให้เห้นถึงความชุ่มชื้นตลอดสองข้างทาง ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

แรกเริ่มหลังจากออกปากขอติดตามคณะสำรวจกับน้องเอ (ททท.จังหวัดเลย) ผมวาดหวังขึ้นไปเก็บภาพสายฝนล่วงหล่นบนภู หวังได้ภาพสายฝนโปรยปรายในป่าสน แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น สองวันหนึ่งคืนไม่มีฝนเลยสักหยด มีแต่ดอกไม้บางชนิดเบ่งบาน แสงตะวันเฉิดฉาย ดวงดาวพราวพราย สายลมร่ายเวทมนต์

แม้ไม่ได้ภาพที่วาดหวังแต่ไม่ผิดหวัง ภูกระดึงที่ผมจากมา 21 ปียังงดงามดุจเดิม ไม่ว่าจะเป็นผาหมากดูก ผาเหยียบเมฆ ผาหล่มสัก ผานกแอ่น งามเสมอไม่เสื่อมคลาย ที่สำคัญใครว่าช่วงฝนไม่มีดอกไม้ ต้องบอกกันตรงนี้เลยว่าไม่จริง ระหว่างทางเดินขึ้นภูมีดอกไม้ขนาดเล็กเบ่งบานอยู่ตามซอกหินเต็มไปหมด เช่น ดอกเข้าพรรษา เทียน พนมสวรรค์ ส่วนมอสเฟิร์นไม่ต้องพูดถึงดิบอุดมตลอดเส้นทางครับ เอาเป็นว่าผมไม่คุยอะไรมากเสพภาพกันเลยดีกว่า

ลิ้นมังกร  ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

ลิ้นมังกร ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

ไม้เลื้อยบนก้อนหิน

ไม้เลื้อยบนก้อนหิน

ผีเสื้อบนใบเฟิร์น

ผีเสื้อบนใบเฟิร์น

ความสูงชันอาจเป็นอุปสรรคในการเดิน+วิ่ง แต่ที่ประมาทไม่ได้คือก้อนหินตามทาง

ความสูงชันอาจเป็นอุปสรรคในการเดิน+วิ่ง แต่ที่ประมาทไม่ได้คือก้อนหินตามทาง

กลุ่มลูกหาบกับเส้นทางช่วงสุดท้ายจากซำกกโดน-หลังแป

กลุ่มลูกหาบกับเส้นทางช่วงสุดท้ายจากซำกกโดน-หลังแป

บันไดสูงชันทอดตัวขึ้นไปหาหลังแป

บันไดสูงชันทอดตัวขึ้นไปหาหลังแป

ข้อควรระวังในการวิ่งขึ้นที่สูง (จากตีนเขาสู่หลังแป) สภาพเส้นทางเริ่มด้วยทางเดินสูงชันโอบล้อมด้วยป่าไผ่ช่วงนี้เป็นดินแข็งสลับกับแนวหิน ส่วนช่วงปลายจากซำกกโดนถึงหลังแปเป็นทางชื้น ซอกหิน และบันไดในช่วงสุดท้าย รวมความสูงจากด้านล่างขึ้นมาถึงหลังแปประมาณ 1,288 เมตรจากระดับน้ำทะเล การดูแลรักษาข้อเท้าเป็นเรื่องสำคัญมาก ดังนั้นขณะวิ่งจำเป็นต้องอ่านและคิดถึงการก้าวเท้าอย่างถี่ถ้วน หากเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บจะลำบากต่อการลำเลียงหรือขนย้ายลงมาสู่พื้นราบด้านล่าง ระมัดระวังให้มากที่สุดเท่าที่สติจะทำได้ครับ

สิ่งที่เห็นครั้งแรกเมื่อโผล่หน้าขึ้นไปบนหลังแปคือป่าสน

สิ่งที่เห็นครั้งแรกเมื่อโผล่หน้าขึ้นไปบนหลังแปคือป่าสน

ทัศนียภาพผานกเค้ามองจากหลังแป

ทัศนียภาพผานกเค้ามองจากหลังแป

ประกาศนียบัตรของนักเดินทาง

ประกาศนียบัตรของนักเดินทาง

รถหรูบนภูกระดึง

รถหรูบนภูกระดึง

เส้นทางเลียบริมผา เริ่มจากผาหมากดูกไปจนถึงผาหล่มสักเป็นเส้นทางที่งดงามมาก

เส้นทางเลียบริมผา เริ่มจากผาหมากดูกไปจนถึงผาหล่มสักเป็นเส้นทางที่งดงามมาก

ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ  Phukradueng Wakeup Run ติดต่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเลย งานนี้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท คือระยะทาง 9 กิโลเมตร และ 24 กิโลเมตร ใครมีแรง ใครฟิต ใครคิดเยือนภูในวันเปิดลองได้เพราะมันท้าทายไม่เบา สำหรับนักวิ่งระดับแถวหน้าหรือพวกเซียนผมว่าระยะ 24 กิโลเมตรคงไม่ใช่ปัญหา ที่สำคัญเส้นทางนี้ไปผาหล่มสักด้วย

เรื่องที่อยากแนะนำ คือผู้ร่วมแข่งขันควรมีร่างกายสมบูรณ์ดีเพราะที่นี่คือภูกระดึงไม่ใช่ภูเขาทอง ทางขึ้นเขาเหยียดยาวเต็มๆ ประมาณ 5.5 กิโลเมตร ที่เหลือเป็นทางราบ (หลังแป) อีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถ้าไม่สนใจถ้วยรางวัล ไม่ใส่ใจตำแหน่ง ผมแนะนำให้วิ่งด้วยหยุดชมธรรมชาติไปด้วย ระหว่างทางมีอะไรให้เราเบิกบานเยอะเลย สำหรับผมเส้นชัยถึงเมื่อไหร่ก็ได้แต่ความหมายระหว่างทางสำคัญกว่า ขอให้สนุกครับ

ริมผาฝั่งนี้มองเห็นภูผาจิตทอดตัวอยู่ด้านหลังแนวสน

ริมผาฝั่งนี้มองเห็นภูผาจิตทอดตัวอยู่ด้านหลังแนวสน

เส้นทางเดิน+วิ่ง เลียบริมผา

เส้นทางเดิน+วิ่ง เลียบริมผา

ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

ภูกระดึงหน้าฝน (Phukradueng Wakeup Run)

ป่าดิบอุมดม มองจากผาหล่มสัก ด้วยความสมบูรณ์เช่นนี้มันจึงเป็นที่อยู่ของสรรพสัตว์ วันที่ยืนบันทึกภาพมีเสียงช้างร้องทักทายผู้มาเยือนด้วย

ขอขอบคุณ

- การท่องเที่ยวแห่งประเทศเทศไทย สำนักงานจังหวัดเลย
- อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ผาหล่มสัก ใครคนหนึ่งบอกผมว่า "มาถึงที่นี่แล้วถ้าไม่รักถือว่าด้านชา" ผมว่าคงมีคนด้านชาเยอะเพราะใครหลายคนเหนื่อยล้าจนลืมคิดถึงความงดงามตรงหน้า

ผาหล่มสัก ใครคนหนึ่งบอกผมว่า “มาถึงที่นี่แล้วถ้าไม่รักถือว่าด้านชา” ผมว่าคงมีคนด้านชาเยอะเพราะใครหลายคนเหนื่อยล้าจนลืมคิดถึงความงดงามตรงหน้า

ภูผาจิต

ภูผาจิต

ป่าสนหลังตะวันลับเหลี่ยมผา

ป่าสนหลังตะวันลับเหลี่ยมผา

หมู่ดาวในคราวฟ้ามืด

หมู่ดาวในคราวฟ้ามืด

รุ่งสาง แสงอาทิตย์จับขอบฟ้า บันทึกภาพที่ผานกแอ่น

รุ่งสาง แสงอาทิตย์จับขอบฟ้า บันทึกภาพที่ผานกแอ่น

ผานกเค้ายามเช้า

ผานกเค้ายามเช้า

ทางเดินหน้าบ้านพัก

ทางเดินหน้าบ้านพัก

บ้านพักของอุทยานฯ บนลานหลังแป ภูกระดึง

บ้านพักของอุทยานฯ บนลานหลังแป ภูกระดึง

นอกจากกำลังกาย หัวใจ สติ ความพร้อม รองเท้าคือสิ่งสำคัญที่ขาดเสียมิได้ (หาที่มันเหมาะกับเราและเราเหมาะกับมันนะครับ)

นอกจากกำลังกาย หัวใจ สติ ความพร้อม รองเท้าคือสิ่งสำคัญที่ขาดเสียมิได้ (หาที่มันเหมาะกับเราและเราเหมาะกับมันนะครับ)

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย  


แผนที่  อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

โตนงานช้าง น้ำตกไหลเย็นเที่ยวได้ทั้งปี

TonNghaChang-7
คนตัวน้อย| น้ำตกโตนงาช้าง

คนตัวน้อย | น้ำตกโตนงาช้าง

ในจังวัดสงขลา มีน้ำตกอยู่หลายแห่งด้วยกัน แต่ที่เดินทางสะดวกไปแล้วง่ายหน่อย อีกทั้งไม่ต้องเดินไกลมากก็คงจะเป็นที่ น้ำตกโตนงาช้าง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง อยู่ห่างจาก อ.หาดใหญ่ไปทาง อ.รัตภูมิ ประมาณ 28 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ และมีน้ำตลอดทั้งปี เพราะธรรมชาติทั่วไปยังคงเป็นป่าดิบเขาที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่นานาชนิด

ป่าครึ้มเขียว | น้ำตกโตนงาช้าง

ป่าครึ้มเขียว | น้ำตกโตนงาช้าง

เฟิร์นข้าหลวง | น้ำตกโตนงาช้าง

เฟิร์นข้าหลวง | น้ำตกโตนงาช้าง

กล้วยไม้ริมทาง | น้ำตกโตนงาช้าง

กล้วยไม้ริมทาง | น้ำตกโตนงาช้าง

 น้ำตกนี้ประกอบไปด้วย น้ำตกน้อยใหญ่ถึง 7 ชั้น ซึ่งในชั้นที่ 3 ถือเป็นน้ำตกที่สวยที่สุด มีสายน้ำสองสายที่ตกลงมาจากหน้าผาสูง มองดูแล้วคล้ายกับงาช้างสีขาวขนาดใหญ่ และนี่เองจึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตกแห่งนี้ แต่ในวันที่ได้กลับไปอีกครั้งหลังจากที่เคยมาเมื่อนานมาแล้วตั้งแต่สมัยยังเรียนชั้นประถมอยู่เลย ยังรู้สึกสดชื่นแบบเดียวกันกับเมื่อครั้งก่อน น้ำจะมีสีแดงไปบ้าง จากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในเมื่อคืนที่ผ่านมา น้ำเลยจะมีสีขุ่นของตะกอนดิน

นำ้มากหลังฝนตก | น้ำตกโตนงาช้าง

นำ้มากหลังฝนตก | น้ำตกโตนงาช้าง

ชั้นที่ 2 โตนปลิว | น้ำตกโตนงาช้าง

ชั้นที่ 2 โตนปลิว | น้ำตกโตนงาช้าง

เสียดายที่มีเวลาชื่นชมน้ำตกแห่งนี้เพียงแค่ชั่วโมงเดียว แต่ก็พอดีสำหรับการเดินขึ้นไปยังชั้นที่ 3 ส่วนชั้นอื่นๆ ก็จะมีชื่อต่างกันออกไปได้แก่ ชั้นที่ 1 โตนบ้า ชั้นที่ 2 โตนปลิว ชั้นที่ 3 โตนงาช้าง ชั้นที่ 4 โตนดำ ชั้นที่ 5 โตนน้ำปล่อย ชั้นที่ 6 โตนฤาษีคอยบ่อ ชั้นสูงสุดชั้นที่ 7 โตนเหม็ดขนุน ถ้ามีเวลามากกว่านี้คงได้เดินถ่ายรูปครบทุกชั้น

โตนงาช้าง

โตนงาช้าง

ไม้ป่าสีม่วงกับสายน้ำตก | น้ำตกโตนงาช้าง

ไม้ป่าสีม่วงกับสายน้ำตก | น้ำตกโตนงาช้าง

หินขวางทางน้ำเชี่ยว | น้ำตกโตนงาช้าง

หินขวางทางน้ำเชี่ยว | น้ำตกโตนงาช้าง

แค่เพียงชั้นเดียวยังใช้เวลาหามุมถ่ายรูปรวมๆ แล้วครึ่งชั่วโมง รู้สึกเปียกปอนไปกับละอองน้ำที่ปลิวมาจากตัวน้ำตก วันนี้ฟ้าครึ้มไปด้วยเมฆฝนเจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่าควรงดลงเล่นน้ำจะเป็นการปลอดภัยมากกว่า

น้ำกระเซ็น | น้ำตกโตนงาช้าง

น้ำกระเซ็น | น้ำตกโตนงาช้าง

ที่นี่ห้ามนำอาหาร ขึ้นมาตั้งแต่ทางเดินขึ้นสู่ชั้นที่ 2 ซึ่งทำให้รู้สึกปลอดภัยจากเศษขวดแก้ว ที่มักถูกทิ้งจากนักดื่มไร้สำนึกทั้งหลาย และยังง่ายต่อการจัดเก็บขยะ จึงทำให้ที่นี่ดูสะอาดสะอ้านกว่าน้ำตกที่มีชื่อเสียงหลายๆ ที่ แต่จะไม่มีเลยก็ไม่ใช่ เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยพร้อมที่จะทิ้งของในมือเมื่อมันหมดประโยชน์แล้ว ไม่ว่าของสิ่งนั้นจะมีผลกระทบต่อภูมิทัศน์โดยรวมก็ตาม ฉะนั้นเที่ยวไปต้องมี หัวใจที่สำนึกด้วย แหล่งท่องเที่ยวจะได้ไม่เสื่อโทรมเร็วจนเกินเยียวยาได้ทัน

ป่าครึ้มเขียว | น้ำตกโตนงาช้าง

ป่าครึ้มเขียว | น้ำตกโตนงาช้าง

ปล. โตนในภาษใต้นี้แปลว่า น้ำตก

แผนที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง

”ราชินีแห่งป่าฝน” ณ ป่าชัยภูมิ

ดอกไม้ต้องคู่กับสาวน้อย

ปีนี้มีคนพูดถึงทุ่งดอกกระเจียวมากจริง ๆ คงเนื่องจากความสมบูรณ์ของดอกกระเจียวที่พร้อมใจกันเบ่งบานอวดกลีบดอกสีชมพูสดใสจนเต็มท้องทุ่งนั้นเอง อย่างนี้หมู่คนรักมวลดอกไม้จะรอช้าไม่ได้​ต้อง​รีบเก็บข้าวของเดินทาง​ไปยัง จ.ชัยภูมิ กันโดยด่วน

ทุ่ง1 บานแฉ่ง

ทุ่ง1 บานแฉ่ง

ในทุกฤดูฝนดอกกระเจียวซึ่งพืชในตระกูลข่า ก็จะผลิดอกสีชมพูอมม่วง เบ่งบานกวักมือเรียกนักท่องเที่ยวให้มาเช็คอิน​เซลฟี่ถ่ายรูปยกก๊วน ส่งมาประชันกันในหน้ากระดานออนไลน์ จาการแชร์โพสต์ต่อโพสต์เรื่อยไปกระตุ้นให้ผู้หลงไหลในการเดินทาง​ใช้วันว่างมุ่งหน้ามา “หยิบหมอก หยอกดอกกระเจียว”

กระเจียว ณ​ ป่าหินงาม

กระเจียว ณ​ ป่าหินงาม

ทุ่งกระเจียวใน จ.ชัยภูมิ ที่โดดเด่นๆ มีอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต กับ อุทยานแห่งชาติไทรทอง ใน อ.หนองบัวระเหว แตกต่างกันที่การเข้าถึง ที่ป่าหินงามจะเดินทางง่ายกว่ามาก เมื่อ​จอดรถ​แล้ว​ขึ้นรถบริการของชุมชน​ จากนั้น​เดินอีกเพียงเล็กน้อยก็ถึงแล้ว แต่ถ้าที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง ต้องเดินทางไกลกว่า รถเล็กไม่สามารถเข้าถึง ต้องต่อรถกระบะ เพราะต้องข้ามลำธารที่มีน้ำสูงในช่วงแรก ความสะดวกสบายในการเข้าถึงทุ่งดอกไม้ ที่ไปยากหน่อยไกลอีกนึด นักท่องเที่ยวจะหนาแน่นผิดกัน แต่ได้เดินดูทุ่งอย่างสบายใจ

รถสูงก็มาถึง ไทรทอง

รถสูงก็มาถึง ไทรทอง

จะไปไทรทองก็ ลุยน้ำ กันหน่อย

จะไปไทรทองก็ ลุยน้ำ กันหน่อย

ทั้ง 2 แห่ง มีความละลานตาและสมบูรณ์ไม่แพ้กัน สะดวกที่ไหนไหนไปที่นั่นได้เลย ใครชอบทุ่งโล่งกว้างๆ ชอบเดินชมธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ กันยาวๆ ที่ไทรทองเหมาะกับสไตล์นี้มากกว่า แต่ถ้าชอบชุมชนเดินซื้อของจากชุมชน ใกล้ๆ เดินไม่มาก ให้ดิ่งไปที่ป่าหินงาม ใช่ในสิ่งชอบเลยทีเดียว

ที่ป่าหินงาม งามจริง

ที่ป่าหินงาม งามจริง

ไทรทองก็สวยไม่แพ้กัน

แน่นทุ่ง ที่ป่าหินงาม

ระบบนิเวศน์ของป่าเต็งรัง ที่มีสภาพเป็นป่าโปร่ง เอื้อต่อการเจริญเติบโตของ เจ้าพืชชนิดนี้ ซึ่ง​จะสะสมอาหารในหัวใต้ดินโดย​ใช้ดงหญ้าเพ็กเป็นที่กำบัง ซึ่งเราจะไม่พบเจอความสวยงามแบบนี้ในป่าปิด นอกจากนี้​ลำธารน้ำเล็กๆที่ไหลไปตามแนวลานหิน​เป็น​ตัว​ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์​ให้กระจายวงกว้างไปสู่พื้นที่ด้านล่าง ไปติดตามรากไม้และกอหญ้าได้เจริญเติบโตต่อไป ความสัมพันธ์อีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับป่าชนิดนี้นั่นคือไฟ ที่จะช่วยสลายใบไม้ที่ทับถม เปิดหน้าดินให้พืชหัวใต้ดินแทงยอดได้ง่ายขึ้น

ป่าเต็งรัง ที่ ไทรทอง

ป่าเต็งรัง ที่ ไทรทอง

ป่าเต็งรัง

ป่าเต็งรัง

ป่าเต็งรังที่ ป่าหินงาม

ป่าเต็งรังที่ ป่าหินงาม

กิ่งก้านสีดำสนิทที่เปลือกหยาบกร้าน ของต้นเต็งรัง สร้างความแตกต่างกับดอกไม่สีสวยและทุ่งหญ้าสีเขียวสด เป็นเรื่องราวที่สร้างจินตนาการได้มากมาย อีกทั้งยังเป็นมุมถ่ายรูปที่สามารถสร้างสรรค์​ภาพที่มีเรื่องราว บ่งบอกคำกล่าวที่ว่า เก่าไปใหม่ ได้เป็นอย่างดี ทำให้การเดินเที่ยวชมมิได้เป็นแค่การเดินผ่านไป คติธรรมชาติสอนให้เราไม่ประมาทด้วยเช่นกัน เพียงแค่ว่าเราจะถอดความนั้นหรือไม่เท่านั้นเอง

กิ่งก้าน และ ไม้งาม

กิ่งก้าน และ ไม้งาม

Krajeaw38

กิ่งก้าน และ ไม้งาม

กิ่งก้าน และ ไม้งาม

กิ่งก้าน และ ไม้งาม

กิ่งก้าน และ ไม้งาม

หันซ้ายมองขวา สังเกตุสิ่งรอบๆ มีแมลงมากมาย ต่างหลบซ่อนให้ค้นหา ใครมาเช้าๆหน่อย อากาศยังเย็นอยู่ แมลงต่างๆ ทั้งแมงมุม ตั๊กแตน​ ตัวด้วง ต่างเกาะนิ่ง เพื่อรอแดด มาสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายของมัน ก่อนจะกัดกินดอกไม้ ใบไม้ที่มันเกาะอยู่นั่นเอง ธรรมชาติก็ยอมเสียบางส่วนเพื่อแลกกับการผสมพันธุ์​ข้ามดอกด้วยเจ้าแมลงเหล่านี้

ตั๊กแตนจ้องมอง

ตั๊กแตนจ้องมอง

ตั๊กแตนตำข้าว กับมือเช้า

ตั๊กแตนตำข้าว กับมือเช้า

การเดินออกนอกเส้นทางท่องเที่ยวที่ตามที่อุทยานจัดไว้นั้น ไม่ต้องถึงกับทุกคน เดินเหยียบลงไปในทุ่งหญ้า​ ก็กระทบเทือนและเกิดผลต่อเนื่องอย่างที่อาจจะคาดไม่ถึง เพราะต้นอ่อนที่กำลังงจะงอกขึ้นมาอาจหมดโอกาสจากรอยเท้าที่ย่ำผ่านไป องค์ประกอบของพืชชนิดนี้น่าสนใจไม่น้อยกว่าความสวยงาม ในอทุยานแต่ละที่มีจุดขายต่างกันไปบ้าง เลือกได้แล้วแต่ชอบ แล้วแต่สะดวก

ชะตากรรมของดอกนอกทุ่ง

ชะตากรรมของดอกนอกทุ่ง

”ราชินีแห่งป่าฝน” จึงเป็นชื่อที่เหมาะสมกับ ดอกสีชมอมม่วงของดอกกระเจียวอย่างไม่คิดจะหาดอกไม้อื่นมาทดแทน ยังพอมีเวลาจนถึงปลายเดือนกันยายน ที่จะนัดเพื่อนพ้องจัดหารถที่พร้อมเดินทางสู่ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดที่ธรรมชาติที่ได้รับโอกาสได้ฟื้นตัวจาการทำไม้เมื่อหลายสิบปีก่อน และเราเหล่านักเดินทางคงตระหนักไปในทางเดียวกันว่าจะไม่ทำให้มันเสื่อมถอยไปมากกว่านี้

ดอกคู่

ดอกคู่

หนาแน่น

หนาแน่น

ข้อควรหลีกเลี่ยง คือเดินทางในวันหยุดยาว มันเป็นมติของมหาชนที่พร้อมใจกันไปเที่ยว การจราจรจะคับถนน ติดขัดยาวนับกิโลตั้งแต่ทางเข้าจนถึงตัวอุทยานป่าหินงาม การตื่นแต่เช้าชมก่อน-กลับก่อน หนีสภาพแออัดบนท้องทุ่งได้บ้าง ทั้งนี้ยังเหลือเวลาต่อยังจุดอื่นๆ เช่น มอหินขาว น้ำตกตาดโดน เพราะชัยภูมิไม่ได้มีดีแค่ ดอกกระเจียว

รถชุมชน

รถชุมชน

คึกคัก

คึกคัก

มาก่อน  กลับก่อน

มาก่อน กลับก่อน

สามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ที่ โทร.0-4489-0105, อุทยานแห่งชาติไทรทอง โทร. โทร.08-9282-3437 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงาน นครราชสีมา โทร 0 44 21 3030 , 0 4421 3666 หรือที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

ผาหำหด

ผาหำหด

 

กระเจียว ณ ไทรทอง

กระเจียว ณ ไทรทอง

แผนที่ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

แผนที่ อุทยานแห่งชาติไทรทอง

หม่ำขี้ปลา ชื่อนี้น่าชัง รสชาดน่ากิน

หม่ำขี้ปลา
ดารณี ปฎิรูปปานนท์

ดารณี ปฎิรูปปานนท์

เมนูวันนี้ เป็นจานเด็ดที่ต้องร้องห๊ะดังๆ …ก่อนจะอุทานตามมาว่า มีแบบนี้ด้วยรึ ก็คงต้องยกให้เมนูนี้เลย “หม่ำขี้ปลา” ​แนะนำว่า ควรจะสั่งมาทดลองชิมสักครั้ง

หม่ำขี้ปลาปรุงสุก พร้อมผักสดๆ

การทำนั้น ก็เป็นวิธีถนอมอาหารของชาวอีสานแบบดั้งเดิม ด้วยการนำตับไตไส้พุงและขี้ปลาที่ควักออกจากปลานานาชนิดที่เหลือจากการทำอาหาร นำมาคลุกรวมกับข้าวเหนียวซาวน้ำ แล้วตำผสมเกลือ กระเทียม ข้าวสวย หมักไว้อย่างน้อยหนึ่งคืน

หม่ำขี้ปลา ผสมเครื่องเทศ

ให้เครื่องปรุงต่างๆ ซึมเข้าเนื้อปลา ยิ่งหมักนานก็ยิ่งจะมีรสเปรี้ยวมากขึ้น วิธีปรุงก็นำหม่ำขี้ปลาที่หมักไว้ไปคั่วกับเครื่องแกง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กระชาย จนแห้ง ปรุงรสด้วยพริกขี้หนู น้ำปลา มะนาว ตามชอบ

ไข่เจียว หม่ำขี้ปลา

หม่ำขี้ปลา ปลาส้ม ตะเพียนไร้ก้าง

จิ้มกับข้าวเหนียวกินแกล้มกับผักนานาชนิด หรือจะนำไปทำเป็นไข่เจียวหม่ำขี้ปลาก็อร่อยไปอีกแบบ เมนูนี้เรียกได้ว่าชาวบ้านใช้ทุกส่วนของปลาได้อย่างคุ้มค่ามากๆ มีการสูญเสียเป็นของเหลือทิ้งน้อยมาก

ดารณี ปฎิรูปปานนท์

คุณดารณี ปฎิรูปปานนท์ เจ้าของร้านอาหารดอนละนาม อ.จตุรัส จ.ชัยภูมิ บอกว่าช่วงแรกๆ ที่ ททท. เข้ามาสนับสนุนเมนูนี้ก็รู้สึกเขินๆ กับส่วนประกอบเหมือนกัน แต่เมื่อได้รับความนิยมจนมีการบอกต่อๆ กันก็รู้สึกดีไม่น้อย 

บึงละหาน แหล่งโปรตีนทางน้ำ

ผลผลิต จาก บึงละหาน

บรรยากาศ​ ชีวิต รอบๆ บึงละหาน

วัตถุดิบส่วนมากก็รับซื้อจาก “บึงละหาน” บึงน้ำขนาดใหญ่อันดับ 3 ของไทย ที่อยู่ใกล้ๆ ทำให้มีวัตถุดิบมากมาย ร้านนี้ใครผ่านไปผ่านมาต้องแวะมาชิมเมนูปลาสารพัด ทั้งทอดมันปลากราย ลาบปลา ปลาตะเพียนไร้ก้าง ต้มยำปลา เรียกว่ามาร้านเดียวมีเมนูปลาทุกแบบให้เลือกชิมกันอย่างจุใจ

ลาบปลา

ร้านดอนละนาม ชัยภูมิ

ร้านดอนละนาม ชัยภูมิ

เลือกซื้อ ปลาส้ม

ลูกค้าอุดหนุนของฝาก ร้านดอนละนาม

ลูกค้าอุดหนุนของฝาก ร้านดอนละนาม

แผนที่ร้านอาหารดอนและนาม

 

ตามหาผืนป่าบนเกาะภูเก็ต “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพระแทว”

ป่าชายเลน

บ้านบางโรงบนเกาะภูเก็ต

หากเอ่ยถึงเกาะภูเก็ต นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างทราบดีว่าภูเก็ตเป็นเกาะขนาดใหญ่เต็มไปด้วยหาดทรายขาวนวลเนียนงามตา ท้องทะเลครามเข้มงามสุดใจ ฟ้าใสๆ กับเกลียวคลื่นหยิบยื่นความประทับใจให้จดจมิรู้ลืม แต่นั่นคือภาพภูเก็ตเดิมๆ ที่รับรู้และเข้าใจกันเป็นอย่างดี แต่ถ้าพูดถึงความงามของน้ำตก ความรกชัฏของผืนป่า ความอุดมสมบูรณ์ของแม่ลำคลองกลับไม่มีใครนึกถึง และอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกาะภูเก็ตมี และนี่คือการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งในเกาะใหญ่กลางท้องทะเลอันดามัน

ผืนป่าพระแถวหนาแน่นด้วยพันธุ์ไม้อุดมสมบูรณ์

ผืนป่าพระแถวหนาแน่นด้วยพันธุ์ไม้อุดมสมบูรณ์

เกาะภูเก็ตมีเทือกเขาหลายลูก เทือกหนึ่งชื่อเขาพระแทว อยู่ในเขตอำเภอถลาง เขาลูกนี้อุดมด้วยพันธุ์ไม้ มากมายด้วยสายน้ำ งามล้ำด้วยมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ เป็นป่าไม้ติดชายทะเล ดังนั้นแถบนี้จึงมีป่าชายเลนปรากฏรวมอยู่ด้วย

พายเรือคยักสำรวจป่าชายเลน

พายเรือคยักสำรวจป่าชายเลน

ด้วยศักยภาพทางธรรมชาติโดดเด่นดังกล่าว ชาวบ้านบางโรงจึงช่วยกันอนุรักษ์ช่วยกันดูแล เมื่อพวกเขาทำให้ป่าคงอยู่ วันหนึ่งจึงเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในรูปแบบเชิงศึกษานิเวศน์ โดยแบ่งเส้นทางการท่องเที่ยวออกเป็น 3 เส้นทางใหญ่ๆ คือพายเรือคยักเที่ยวชมป่าชายเลน เดินป่าระยะสั้นในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพระแทว และเที่ยวชมสวนผลไม้แบบสวนผสมหรือที่คนใต้เรียกว่า “สวนสมรม”

ป่าชายเลนแห่งบ้านบางโรงเป็นป่าชายเลนขนาดใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์มาก ภายในป่ามีไม้ยืนต้นเบียดเสียดหนาแน่น ประกอบไปด้วยต้นตะบูน ต้นแสม ต้นโกงกาง ภายในป่ายังซุกซ่อนสัตว์แสนซนอย่างลิงแสม ปูแสม ปูก้ามดาบ ปลาตีน ฯลฯ เอาไว้ให้ผู้มาเยือนได้ยลและยิ้มแย้ม การเที่ยวชมป่าชายเลนเขาแบ่งเอาไว้สองแบบคือพายเรือกับเดินไปบนสะพานไม้

วิถีชีวิตกับป่าชายเลน

วิถีชีวิตกับป่าชายเลน

ส่วนการเดินทางท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพระแทวไปง่ายเดินสะดวก ใช้เวลาเดินเพียงไม่กี่นาทีกับระยะทาง 300 เมตรก็ได้พบสายใสรินไหลลงมาจากผาหิน ก่อนร่วงลงสู่แอ่งกว้างเกิดเป็นฟองพรายกระจายไปทกระทบแผ่นหิน จากนั้นรินหลั่งผ่านธารโตรกก่อนหายลับไปกับพงไพร ระหว่างทางได้พบพันธุ์ไม้สารพัน เช่น ตะแบกป่า ข่าลิง เต่าร้าง เฟิร์นก้านดำ ต้นส้มกุ้ง เห็ดหลากสกุล ฯลฯ นับเป็นเส้นทางเรียบง่ายที่ได้ประโยชน์ทั้งในแง่ความรื่นรมย์และได้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ต่างๆ ด้วย ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือที่นี่เป็นที่รักษาชะนี โดยเฉพาะชะนีที่ถูกทำร้ายจากน้ำมือมนุษย์ พวกมันถูกเก็บมารักษากระทั่งแข็งแรงสมบูรณ์จึงปล่อยเข้าป่าเข้าไปสู่บ้านไพรของเหล่าสรรพสัตว์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในระบบนิเวศน์ยืนยง

น้ำตกบางแป ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพระแทว

น้ำตกบางแป ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพระแทว

สำหรับเส้นทางท้ายสุดของวัน ชาวบ้านนักอนุรักษ์พาไปกินผลไม้ในสวนสมรม ซึ่งประกอบไปด้วยทุเรียน ลองกอง มังคุด กล้วย ขนุน จำปาดะ มะละกอ และผักต่างๆ สวนสมรมแห่งนี้ร่มรื่น มีธารน้ำใสไหลอยู่ริมสวน บรรยากาศร่มเย็นตลอดทั้งปี

ต้นส้มกุ้งพบระหว่างทางเดินไปน้ำตกบางแป  (เป็นต้นไม้เล็กๆ ที่ให้ดอกสวย)

ต้นส้มกุ้งพบระหว่างทางเดินไปน้ำตกบางแป (เป็นต้นไม้เล็กๆ ที่ให้ดอกสวย)

“บังเส็ม” หัวหน้ากลุ่มเกษตรกรผู้เป็นเจ้าของสวนบอกว่าสวนสมรมเป็นสวนผสมผสาน แกปลูกผักทุกอย่างที่อยากมี ปลูกทุกอย่างที่อยากได้ พวกพืชผักสมุนไพรไม่ต้องซื้อ แค่เดินเข้าไปในสวนก็ได้กินแล้ว นอกจากนั้นยังเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ได้กินไข่อีกทางหนึ่ง

ทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองในสวนสมรมหรือสวนผสม

ทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองในสวนสมรมหรือสวนผสม

การเดินทางมาเยือนบ้านบางโรงแห่งอำเภอถลางนับเป็นมิติใหม่ของการท่องเที่ยวบนเกาะภูเก็ต เป็นทางเลือกใหม่ที่ไม่น่าเบื่อคือไม่จำเป็นต้องนอนอยู่บนหาดทรายก่ายสายลมแต่เพียงอย่างเดียว นักท่องเที่ยวมีโอกาสมาสัมผัสสวนเกษตร ได้ยลผืนป่าชายเลน ได้เห็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์   ได้เข้าใจวิถีชุมชนคนรักษ์ถิ่น การเดินทางมาสัมผัสป่าบนเกาะภูเก็ตทำให้เรานึกถึงป่าอื่นที่เสื่อมโทรม ทำให้นึกถึงโครงการสำคัญๆ ที่ทาง ปตท.ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการอนุรักษ์ป่าปลูกป่า

ความจริงในพื้นที่อื่นๆ หากจะนำวิธีของชาวบ้านบางโรงไปใช้ก็ไม่เลวนัก โดยเฉพาะผู้ดูแลชุมชนทั้งหลาย สิ่งที่เขาทำกันได้ประโยชน์ในหลายแง่ อาทิ ได้ความสมัครสมานสามัคคี ได้ส่งเสริมให้ป่าชายเลนกับ ป่าไม้ทรงคุณค่าคงอยู่ สรรพสัตว์มีที่พักอาศัย คนที่อยู่โดยรอบได้ประโยชน์จากความอุดมสมบูรณ์ หวังว่าที่นี่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนให้ความสนใจต่อไปในอนาคต และขอเป็นกำลังใจให้ชาวบ้านในถิ่นนี้ทำดีต่อไปเพื่อเป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นๆ ตื่นขึ้นมาดูแลบ้านตัวเองบ้าง

+235

(ซ้าย) ดอกข่าลิง อีกหนึ่งพันธุ์ไม้ขนาดเล็ก ให้ดอกสวยงามแปลกตา

(ขวา)ลิงแสมแซนซนไม่รู้ไปขโมยขวดเบียร์มาจากไหน มันกำลังพยายามเปิดฝาให้ได้

(กลาง) นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มนี้ใช้จักรยานเป็นพาหนะในการมาเยือนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพระแทว (ขี่มาจากฝั่งหาดป่าตอง)

แผนที่บ้านบางโรง

บ้านดำของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

บ้านดำ
บ้านดำ | อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

บ้านดำ | อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

บ้านดำ | อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

บ้านดำ | อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

เป็นที่ทราบกันดีว่าอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี คืออัครศิลปินบนแผ่นดินสยามที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในนามศิลปินผู้สร้างงานศิลปะในหลายรูปแบบ ผลงานแต่ละชิ้นสูงค่า มากราคา แม้ว่าอาจารย์จะล่วงลับไปแล้ว แต่ชื่อเสียงและผลงานยังคงอยู่ ซึ่งผลงานส่วนหนึ่งอยู่ต่างประเทศ อยู่ในประเทศ และที่อาจารย์ได้เก็บรักษาไว้อีกส่วนหนึ่งอยู่ที่บ้านศิลปินแห่งชาติ House of Nationnal Artis หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “บ้านดำ” (จ.เชียงราย)

บ้านดำ | อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

บ้านดำ | อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

บ้านดำ | อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

บ้านดำ | อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

ภายในบ้านดำมีผลงานศิลปะของอาจารย์อยู่มากมาย ทั้งภาพวาด ประติมากรรม งานแกะสลัก รวมถึงงานสถาปัตยกรรมก็น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน ที่สำคัญ งานสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนนั้นยังเป็นแนวทางให้วัดรุ่นใหม่ได้นำไปใช้ เอกลักษณ์ดังกล่าวคือการนำเขาสัตว์เขี้ยวสัตว์มาใช้ในงานสถาปัตยกรรมแบบพุทธศิลป์ เช่น วัดร่องเสือเต้น เป็นต้น

บ้านดำ | อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

บ้านดำ | อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

 ศิลปะการจัดวาง บ้านดำ | อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

ศิลปะการจัดวาง บ้านดำ | อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

ด้วยความยิ่งใหญ่ของศิลปิน ความงดงามของศิลปะ คงไม่ต้องกล่าวหรืออรรถาธิบายใดๆ ให้มากความ ขอสรุปห้วนๆ ว่าบ้านดำคือพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มิอาจประเมินค่าเป็นราคา แต่มีคุณค่าที่คนไทยควรภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง และควรค่าต่อการไปเยี่ยมชมครับ

งานดีไซน์สถาปัตยกรรมนำสมัย

งานดีไซน์สถาปัตยกรรมนำสมัย

งานดีไซน์สถาปัตยกรรมนำสมัย

งานดีไซน์สถาปัตยกรรมนำสมัย

งานแกะสลักไม้

งานแกะสลักไม้

ปฏิมากรรมสิงห์กับองค์พระพิฆเนศเป็นปฏิมากรรมลอยตัวจัดแสดงกลางแจ้ง

ปฏิมากรรมสิงห์กับองค์พระพิฆเนศเป็นปฏิมากรรมลอยตัวจัดแสดงกลางแจ้ง

เก้าอี้เขาควาย

เก้าอี้เขาควาย

เขาควายเก่าเก็บ เป็นหนึ่งในต้นแบบหรือแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะ

เขาควายเก่าเก็บ เป็นหนึ่งในต้นแบบหรือแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะ

บ้านดำตั้งอยู่ที่ ตำบล นางแล อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย 57100

โทร. 053 776 333

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

www.thawan-duchanee.com

แผนที่บ้านดำ

The Blooms Park สวนกล้วยไม้ของไทย น่าสนใจไม่แพ้ทุ่งดอกไม้เมืองหนาว

The Blooms Park
The Blooms Park

The Blooms Park

ความชุ่นชื้นในมุมน้ำตกกับกล้วยไม้หลากสีหลายพันธุ์

ความชุ่นชื้นในมุมน้ำตกกับกล้วยไม้หลากสีหลายพันธุ์

The Blooms Park สวนกล้วยไม้ในอุดมคติ หากจะพูดว่าที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นที่เที่ยวเพื่อดูเพื่อชมเพื่อความรื่นรมย์คงไม่ผิด จะผิดอยู่อย่างเดียวคือมีเวลาน้อย น้อยเกินกว่าจะเสพสุขจากกลีบเกสรเหล่านั้นได้ทันเวลา

ธารหินรินน้ำไหล ภายในมีปลาคราฟท์แหกว่าย

ธารหินรินน้ำไหล ภายในมีปลาคราฟท์แหกว่าย

วันเวลาผันเปลี่ยน การดำเนินปรับเปลี่ยนไป จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก จากทำกล้วยไม้ส่งออกมาถึงสวนกล้วยไม้เพื่อความรู้เพื่อความรื่นรมย์ ใครใคร่ชมๆ ใคร่เรียนรู้ๆ อยู่ที่จุดประสงค์ว่าต้องการอะไร thailand-tharveller.comมุ่งสู่สวนกล้วยไม้ด้วยความอยากเห็น อยากรู้ อยากดู อยากสุขใจ

The Blooms Park

The Blooms Park

The Blooms Park ก่อกำเนิดมาจากเสียงเรียกร้องของผู้ที่อยากเข้าชม คือสมัยก่อนสวนกล้วยไม้ไม่ได้เปิดให้ใครเข้าชมกันง่ายๆ ผู้ที่เข้ามาด้านในต้องเป็นลูกค้าหรือคู่ค้าทางธุรกิจเท่านั้น เมื่อมีเสียงเรียกร้อง คุณวิทยา ยุคแผน ผู้เป็นเจ้าของจึงเกิดแนวความคิดในการเปิดสวนให้ผู้สนใจได้เข้ามาชม ต่อมามีการปรับพื้นที่จัดทัศนียภาพกันใหม่หมดบนเนื้อที่หลายพันๆ ไร่ และได้เกิดเป็น The Blooms Park ในที่สุด

ความร่มรื่นสไตล์สวนป่ามีดอกกล้วยไม้แซมแทรก เพิ่มความสดใส

ความร่มรื่นสไตล์สวนป่ามีดอกกล้วยไม้แซมแทรก เพิ่มความสดใส

เก้าอี้หินธรรมชาติในอ้อมกอดกล้วยไม้สกุลหวาย

เก้าอี้หินธรรมชาติในอ้อมกอดกล้วยไม้สกุลหวาย

ในส่วนของการวางแปลนผู้เป็นเจ้าของได้สร้างสวนกล้วยไม้ให้อิงแอบแนบชิดธรรมชาติ ให้เกิดความรู้สึกว่าสวนแห่งนี้ก่อเกิดจากธรรมชาติ มีองค์ประกอบโดยรวมน่าสนใจด้วยบึงน้ำกว้าง มีตาลโตนดเก่าแก่ยืนต้นบนท้องนาเขียวชรอุ่ม ส่วนบทเริ่มต้นในการชมสวนเริ่มจากทางเดินเรียบง่ายก้าวข้ามสะพานขนาดเล็กเข้าไปสู่อาณาจักรกล้วยไม้ที่ร่มครึ้มด้านใน

ช้างพลายเป็นกล้วยไม้ที่คล้ายกับช้างกระ บางที่ก็สับสนเพราะไม่เชี่ยวชาญ

ช้างพลายเป็นกล้วยไม้ที่คล้ายกับช้างกระ บางที่ก็สับสนเพราะไม่เชี่ยวชาญ

กล้วยไม้ช้างแดง

กล้วยไม้ช้างแดง

ต้องบอกว่ากล้วยไม้เกือบทุกสายพันธุ์หลอมรวมอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นไม้นอกหรือไม้ไทยมีให้ชมกันตลอดทั้งปี เริ่มจากกล้วยไม้สกุล หวาย แวนด้า แคทรียา เอื้อง ช้าง รวมถึงกล้วยไม้ดินหลากสี ช่วงออกดอกส่งกลิ่นหอมกลุ่นราวอยู่ในขุนเขาแห่งความหอม

แคทรียา

แคทรียา

บึงบัวอยู่ทางด้านหลังของสวน

บึงบัวอยู่ทางด้านหลังของสวน

ภายในสวนบางช่วงบางตอนมีน้ำตกรินไหล มีสายลมแผ่วผ่าน บางจังหวะมีนกหลากสายพันธุ์แวะมาเยี่ยมเยือนสวนด้วยการขับขานบทเพลงไพร สร้างความเพลิดเพลินให้การเดินชมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

นอกจากกล้วยไม้ร้อยหมื่นพันธุ์ ที่นี่ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้เราได้เพลิดเพลิน เช่น การนั่งเรือพายชมบัว นั่งรถชมทุ่งนาในแปลงนาสาธิต และลานกิจกรรมสำหรับเด็ก สิ่งที่เห็นว่าต้องเสริมเพิ่มขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือที่พัก การเข้ามาพักที่นี่น่าจะเหมาะกับท่านที่สนใจธรรมชาติอย่างจริงจัง คือเข้ามาดูกรรมวิธีต่างๆ ในการผสมพันธุ์กล้วยไม้ การเพาะเลี้ยงที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก และเหมาะกับผู้ที่ต้องการอากาศบริสุทธิ ต้องการสัมผัสท้องนา ออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานไปรอบๆ พื้นที่ ส่วนผู้ที่ไม่มีเวลา ช่วงครึ่งวันกับการเสพสัมผัสสวนกล้วยไม้ถือว่าคุ้มค่า อย่างน้อยขณะที่เราอยู่ในสวนแห่งนี้…เราลืมทุกสิ่งทิ้งทุกอย่าง สิ่งที่คั่งค้างไม่หลงเหลืออยู่ในสมองเลย ส่วนสิ่งใหม่ได้รับคืองามกลิ่นกลีบเกสร สบตาหมู่ภมรกับสายใยในการสืบสกุล ทุกสิ่งล้วนอยู่บนสายธารความงามทั้งสิ้น  เป็นความงามที่ก่อเกิดจากใจผู้รักไม้รักษ์ธรรมชาติ รักความสงบสบสีสัน ความสุขอยู่ไม่ไกลหากเข้าใจธรรมชาติ ถ้ากำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยงแบบงดงามเรียบง่ายไม่ต้องปีนป่ายภูผาลองพิจารณา THE BLOOMS PARK เชื่อว่าที่นี่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจตัวหนึ่งครับ

หนึ่งในอาคารส่วนต้อนรับ มีอาหารเล็กๆ น้อยๆ ที่เด็ดสุดคือไอศครีม (ต้นตำหรับไอศครีมหม้อไฟ)

หนึ่งในอาคารส่วนต้อนรับ มีอาหารเล็กๆ น้อยๆ ที่เด็ดสุดคือไอศครีม (ต้นตำหรับไอศครีมหม้อไฟ)

หมายเหตุ

The Blooms Park
- เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 น. -17.00 น.
- เลขที่ 65 หมู่ 7 ตำบลวัดแก้ว อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี 70160 โทรศัพท์ 086-111-0084 , 087-111-4436

แผนที่ The Blooms Park

 

 

แค่วันเดียวเลี้ยวไปชัยภูมิ

+022 ตาดโตน

ธันวาคมปลายปีผมไปเดินป่าที่อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย อ.นาแห้ว จ.เลย หลังจากนั้นไม่นานเลาะเลื้อยมาเมืองชัยภูมิ เมืองที่ถูกจับคู่กับเมืองเลยในฐานะเมืองคู่ “เมืองต้องห้ามพลาดพลัส” ตามคอนเซ็ปท์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การเดินทางครั้งนี้ผมมีเวลาไม่มากนักแต่โชคดีได้ภาพสวยๆ กลับมาจำนวนหนึ่ง โดยเริ่มจากตลาดกลางเมือง ภูพระกลางไพร เลยเรื่อยไปถึงลานหินใหญ่นามมอหินขาว

น้ำตกตาดโตน

น้ำตกตาดโตน

เช้านั้นหอบหัวใจไปตลาด ไปดูวิถี ไปดูชีวิต ไปพบรอยยิ้มแห่งมิตรไมตรีพร้อมเสียงทักทาย ที่นี่มีบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกดี คือที่ตลาดมีสามล้อรับจ้างจอดเรียงอยู่ริมถนน สามล้อทั้งหนุ่มและแก่นั่งรอลูกค้าด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์ ที่รู้สึกดีคือพอศอนี้ยังมีคนอ่านหนังสือ ยังมีคนอ่านหนังสือพิมพ์ แม้มีอาชีพเป็นแค่สามล้อเขายังอ่านข่าวสารบ้านเมือง ซึ่งผิดกับคนรุ่นใหม่ที่ไม่ใส่ใจหนังสือพิมพ์แล้ว (ใครบางคนบอกผมว่าหนังสือพิมพ์บางฉบับก็ควรปรับและใส่ใจคนอ่านรุ่นใหม่ด้วย…น่าจะจริง)

ภูพระมีพระพุทธรูปแกะสลักจากหินผาชาวบ้านเรียก “พระเจ้าองค์ตื้อ” มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 - 19

ภูพระมีพระพุทธรูปแกะสลักจากหินผาชาวบ้านเรียก “พระเจ้าองค์ตื้อ” มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 – 19

ยามสายย้ายไปนอกเมือง ไปฟังบางคนเล่าเรื่องภูพระ ภูแล้งที่มีหลักฐานทางศาสนา ด้วยมีงานแกะสลักพระในโถงถ้ำซึ่งสันนิษฐานว่าพระที่เห็นอยู่ในยุคทวาราวดี เข้าช่วงบ่ายย้ายไปซึมซับน้ำตกตาดโตน น้ำตกขนาดใหญ่อันเป็นหนึ่งในหัวใจแห่งความชุมเย็น ผมคิดว่าน้ำตกตาดโตนเป็นน้ำตกที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อนมากที่สุดแห่งหนึ่ง คือธารน้ำด้านบนไม่ลึกสามารถลงเล่นได้อย่างปลอดภัย ส่วนน้ำตกด้านล่างเป็นผากว้าง มีน้ำใสรินไหลผ่านลงไปสู่แอ่ง ก่อนรินไหลผ่านโตรกหินหายลับไปกับไพรพง ส่วนทัศนียภาพโดยรวมร่มรื่นมาก ตามต้นไม้มีป้ายนิเทศบอกชื่อและสายพันธุ์ ทางเดินสะอาดสะอ้าน ที่สำคัญถ้าอยากพักค้างสามารถแจ้งความจำนงที่ๆ ทำการอุทยานฯ ได้เลย ตัวบ้านพักดี ถูกดูแลเป็นอย่างดีครับ

มอหินขาวเป็นหินทรายสีขาว สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 175-195 ล้านปี

มอหินขาวเป็นหินทรายสีขาว สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 175-195 ล้านปี

ยามเย็นขึ้นเขาไปที่มอหินขาว ก้าวไปตามหินผา ไปเริงร่ากับดอกหญ้าเอนไหว เดินทางไปดูเสาหินโบราณตั้งตระหง่านบนภูสูง เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติปราศจากการปรุงแต่งจากมวลมนุษย์ งดงามและน่าอัศจรรย์เป็นที่สุด ไม่ไกลจากแนวหิน ที่นั่นถูกเรียกว่า “ผาหัวนาค” เป็นผาแห่งภูผา มีดวงสุริยาทอแสงทาทาบผืนป่าพลาญหิน เป็นจุดชมตะวันลาได้ดีที่สุดจุดหนึ่ง

หลังตะวันลา บนฟ้ากว้างมีดาวดวงหนึ่งพราวแสง อีกหมื่นแสนดวงร้อนแรงไม่แพ้กัน นอกจากดวงดารายังมีจันทราสวยใสในคืน 9 ค่ำฉายแสงสว่างล้ำงดงามเหนือคำบรรยาย ต่อหน้าแท่งหินโบราณ ชายหญิงตะกองกอดพลอดรักกับสายลมหนาว กายแนบกาย ใจแนบใจ เธอเขาชิดใกล้ราวชาตินี้ไม่อยากห่างหายไปไหน แท่งหินโบราณกับกาลดาราโปรดเป็นพยานในคำสัญญาว่า “รักกับรัก” เธอรักเขา เขารักเธอ เป็นสองรักที่รวมเป็นหนึ่งเดียว

ผาหัวนาคหลังตะวันลับฟ้า

ผาหัวนาคหลังตะวันลับฟ้า

การเดินทางมาเยือนชัยภูมิจบลงในวันเดียว ทุกอย่างในวันนี้ล้วนก่อเกิดสุข ส่วนการจากลาถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอาวรณ์ ไม่ถอนอาลัย มีเพียงหัวใจที่คิดถึงและคิดถึง ก่อนสายลมหนาวพัดผ่าน ในฐานะคนชอบเที่ยวชอบบันทึกสัญญาว่าจะกลับมาใหม่ในเร็ววัน สวัสดีความเย็นบนยอดหญ้า กราบศรัทธาความอุดมบนผืนภู ลาก่อน

หมายเหตุ
-          มอหินขาวอายุประมาณ 175-195 ล้านปี เที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่เกี่ยวกับแห้งแล้งหรือฟ้าฝน
-          น้ำตกตาดโตนมีน้ำตลอดปีแต่น้อยมากในช่วงหน้าแล้ง (โดยเฉพาะปีนี้)

มอหินขาวกับดวงดาวในคืนขึ้น 9 ค่ำ

มอหินขาวกับดวงดาวในคืนขึ้น 9 ค่ำ

แผนที่อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

 

 

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

วัดพระแก้ว
พระหยกเชียงรายหรือพระแก้วมรกตองค์จำลอง วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

พระหยกเชียงรายหรือพระแก้วมรกตองค์จำลอง วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

เย็นมากแล้ว ประตูวัดยังเปิด อุโบสถปิด คนจีนกลุ่มหนึ่งเดินหายไปกับสวนพฤกษา บานประตูหอพระแก้วยังเปิดแง้ม ส่วนโฮงหลวงแสงแก้วปิดเงียบ แม้ไม่ได้เข้าไปกราบพระเจ้าล้านทองในอุโบสถแต่ได้เข้ามากราบพระหยกถือว่าโชคดีมากแล้ว ที่บอกว่าโชคดีเพราะมาเชียงรายหลายสิบหนไม่มีโอกาสมากราบพระหยกเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่รู้ว่าวัดพระแก้วแห่งนี้มีพระพุทธปฏิมากรรมที่งดงามและมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจซึ่งเกี่ยวเนื่องทั้งเรื่องศาสนาและการเมืองการสงครามในยุคก่อนกรุงรัตนโกสินทร์จะถือกำเนิด (มีจารึกและเป็นเรื่องบอกเล่ากล่าวต่อกันมา)

พระหยก เชียงราย

พระหยก เชียงราย

พระหยกประดิษฐานอยู่ภายในหอพระหยกซึ่งเป็นอาคารทรงล้านนาโบราณ ประกอบด้วยไม้ชั้นเดียว ใต้ถุนสูง ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร เป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธรัตนากร นวุติวัสสานุสรณ์มงคล” หรือ “พระหยกเชียงราย” แปลว่า “พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นอากรแห่งรัตน” เป็นมงคลอนุสรณ์ 90 พรรษาเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี บนผนังอาคาร แสดงกิจกรรม จากตำนานพระแก้วมรกต และภาพวาดการสร้าง และพิธีอัญเชิญพระหยกเชียงรายสู่พระอารามในวันที่ 19 ตุลาคม 2534

หอพระแก้ว

หอพระแก้ว

พระหยกสร้างด้วยหยกจากประเทศแคนาดา (มร.ฮูเวิร์ด โล ผู้บริจาค) ขนาดหน้าตักกว้าง 47.9 ซม. สูง 65.9 ซม. แกะสลักโดยโรงงานหยกวาลินนาน เมืองปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พระพุทธรูปหยกองค์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นองค์แทนพระแก้วมรกตองค์จริง ที่ได้ถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ ส่วนที่มาของวัดหรือชื่อวัดพระแก้วนั้นเนื่องมาจาก…
…ตำนานรัตนพิมพ์วงศ์กล่าวไว้ว่า…เมื่อประมาณ พ.ศ. 300 เทวดาได้สร้างพระแก้วมรกต ถวายพระนาคเสนเถระที่เมืองปาฎลีบุตร (ปัจจุบันเรียก ปัตนะ) ประเทศอินเดีย แล้วอัญเชิญไปไว้ที่เมืองลังกา

เจดีย์

เจดีย์

ในสมัยพระเจ้าอโนรธามังฉ่อแห่งเมืองพุกามได้ส่งพระสมณทูตไปขอจากเจ้าเมืองลังกา เจ้าเมืองลังกาจึงมอบพระแก้วมรกตและพระไตรปิฏกให้ ขณะเดินทางกลับ เรือสำเภาเกิดพัดหลงไปเกยตื้นอยู่ที่อ่าวเมืองกัมพูชา (หลงไกลมาก คือหลงข้ามประเทศไทย) พระแก้วมรกตจึงตกเป็นของกัมพูชา ในเวลาต่อมาได้ถูกนำไปไว้ที่นครวัด กรุงศรีอยุธยาและเมืองกำแพงเพชร

เมื่อประมาณพ.ศ. 1933 พระเจ้ามหาพรหม เจ้าเมืองเชียงราย ได้ไปอัญเชิญพระแก้วมรกตมาจากเมืองกำแพงเพชร และนำมาซ่อนไว้ที่เจดีย์วัดป่าเยียะ เมืองเชียงราย กระทั่ง พ.ศ. 1977 เกิดฟ้าผ่าองค์เจดีย์ ทำให้แตกหักจึงได้พบพระแก้วมรกตปรากฏอยู่ในนั้น ต่อมาได้ถูกอัญเชิญไปไว้เมืองต่างๆ ดังนี้เมืองเชียงราย พ.ศ. 1934-1979, เมืองลำปาง พ.ศ. 1979-2011, เมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2011-2096, เมืองลาว พ.ศ. 2096-2321 และกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2321 จนถึงปัจจุบัน

ด้านหน้าเรือนพิพิธภัณฑ์

ด้านหน้าเรือนพิพิธภัณฑ์

จากตำนานดังกล่าวพบว่าพระแก้วมรกตถูกโยกย้ายไปในหลายเมืองสันนิษฐานได้ว่าในยุคนั้นหากเมืองไหนเข้มแข็งมีอำนาจก็สามารถครอบครองพระแก้วมรกตไว้ในมือตน เมื่อหมดอำนาจก็ต้องคลาย พระแก้วจึงย้ายไปอีกเมืองหนึ่ง การเข้าครองพระแก้วมรกตไม่มีอะไรอื่นนอกจากความงดงามขององค์พระและการแสดงความเป็นเจ้าของของมนุษย์ ส่วนพระแก้วมรกตที่เหลืออีก 299 องค์ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ในชัดว่ากระไปประดิษฐานที่ไหนบ้าง

นอกจากพระหยก (พระแก้วมรกตองค์จำลอง) ภายในพระอุโบสถยังประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่งคือพระเจ้าล้านทอง ส่วนองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ มีองค์เจดีย์และโฮงหลวงแสงแก้ว

พระประจำวัน

พระประจำวัน

“พระเจ้าล้านทอง” แต่เดิมเป็นพระประธานของวัดล้านทอง ภายหลังวัดถูกรื้อ จึงถูกอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดดอยงำเมืองหรือดอยงามเมือง ก่อนจะมาเป็นพระประธานที่วัดพระแก้วเมื่อปี พ.ศ. 2504 พระเจ้าล้านทองเป็นพระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2 เมตร สูงจากฐานถึงพระรัศมี 2.80 เมตร รอบพระเศียร 1.60 เมตร นั่งขัดสมาธิราบ ยอดพระศกเป็นดอกบัวตูมอยู่ในเปลวเพลิง ชายสังฆาฏิสั้นเหนือรายพระถัน เม็ดพระศกใหญ่ พระหนุ (คาง) เป็นปมใหญ่และชัดมาก นับเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดองค์ในประเทศไทย

องค์พระเจดีย์เป็นเจดีย์ฐานรูปแปดเหลี่ยม แต่ละเหลี่ยมกว้าง 5.20 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 9.50 เมตร หุ้มแผ่นทองแดง ลงรักปิดทองทั้งองค์ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนองค์พระเจดีย์ เป็น โบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อ พ.ศ. 2478 รอบๆ เจดีย์เป็นสวนร่มรื่น อยู่ใกล้กับโฮงหลวงแสงแก้ว

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

โฮงหลวงแสงแก้วเป็นอาคารทรงล้านนาประยุกต์ ทอดตัวอยู่ภายใต้ความร่มครึ้มของพันธุ์ไม้น้อยใหญ่ ตัวอาคารเริ่มสร้างเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 มีเจตนาให้อาคารแห่งนี้ในเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อจัดแสดงพระพุทธรูปสำคัญ เช่นพระพุทธสิหิงค์ (จำลอง) รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในรูปแบบที่ทันสมัย

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

วัดพระแก้วเป็นวัดขนาดเล็ก มีพื้นที่ไม่มาก อยู่กลางเมือง วัดพระแก้วเหมาะกับการกราบไหว้บูชาและศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์และทำนุบำรุงศาสนาในคราวเดียวกัน ใครมาเที่ยวเมืองเชียงรายลองหาโอกาสมาเยือนเชื่อว่าจะก่อประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวและการเดินทางครับ

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

แผนที่ วัดพระแก้ว จ.เชียงราย

 

ทะเลสาบป่าสัก

ป่าสัก

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นเขื่อนในโครงการพระราชดำริ ทอดตัวขวางกั้นแม่น้ำป่าสัก สร้างขึ้นมาเพื่อการเกษตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองสระบุรี-ลพบุรี ช่วงแล้งน้ำน้อย ช่วงฝนน้ำเยอะ ช่วงแล้งพื้นที่บางส่วนก่อเกิดเป็นทุ่งหญ้าริมทะเลสาบ เอื้ออำนวยต่อการเข้าไปสัมผัสทะเลสาบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่มีสายลมเย็นผัดผ่าน การตื่นมารอดูอาทิตย์ยามเช้าโผล่พ้นเส้นขอบฟ้าจึงน่าพิสมัยยิ่งนัก

บรรยากาศยามเช้า ทะเลสาบป่าสักชลสิทธิ์

บรรยากาศยามเช้า ทะเลสาบป่าสักชลสิทธิ์

บรรยากาศยามเช้า ทะเลสาบป่าสักชลสิทธิ์

บรรยากาศยามเช้า ทะเลสาบป่าสักชลสิทธิ์

ภาพดวงอาทิตย์วันใหม่ที่เห็นงดงามไม่แพ้ไปดูที่ทะเลหรือขุนเขา ที่สำคัญพอดวงอาทิตย์ลอยเด่น…รถไฟสายสั้นๆ ก็มาด้วย รถไฟช่วงเช้านี้เป็นรถไฟสายสั้นที่สุดเท่าที่เคยเห็น คือมีแค่สองสามโบกี้ วิ่งเชื่อมระหว่างสถานีแก่งคอย จ.สระบุรีกับสถานีบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา แต่รถไฟขบวนนี้ดูดีตรงที่มันเหมือนรถไฟในนิยายแฟนตาซี ขบวนสั้นๆ แต่งดงามเพราะวิ่งย้อนแสงตะวันในยามเช้า (ผมไปดูในเขตพื้นที่บ้านโคกสลุง) นอกจากดวงตะวัน รถไฟยังมีภาพชีวิตชาวเรือออกหาปลา รอบๆ บริเวณนี้มีนกนาๆ พันธุ์ออกหากินกันตั้งแต่เช้า นกที่พบมีนกกระแตแต้แว้ด นกปากห่าง นกกระจอกทุ่ง นกกระยาง เป็นต้น นับเป็นองค์ประกอบยามเช้าที่ทำให้ทะเลสาบเขื่อนป่าสักงดงามถึงขีดสุด

ชาวโคกสลุง

ชาวโคกสลุง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน โคกสลุง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน โคกสลุง

นอกจากองค์ประกอบดังกล่าว บริเวณบ้านโคกสลุงยังเป็นที่ตั้งชุมชนไทยเบิ้ง คนไทยสายพันธุ์หนึ่งที่มีสำเนียงการพูดคล้ายคนโคราช แต่สำเนียงและคำพูดบางคำต่างกว่ามาก มีอาหารบางชนิดที่แปลกกว่า เช่น พริกกับเกลือของคนไทยเบิ้งทำจากพริกป่น เกลือ ข่า ใบมะกรูด และใบกำจัด ซึ่งเป็นสมุนไพรคล้ายมะแกว่นของภาคเหนือ คนไทยเบิ้งนิยมกินพริกกับเกลือ ทั้งกินกับข้าวและกินกับผลไม้ หรือเวลาไปป่าจะพกพริกกับเกลือไปด้วย เขาใช้พริกกับเกลือยำกับผักที่หาได้ในป่า นับเป็นภูมิปัญญาเรื่องอาหารการกินที่น่าสนใจมากทีเดียว

นอกจากเรื่องสำเนียง เรื่องอาหาร ชุมชนไทยเบิ้งยังจัดสร้างบ้านอันเป็นเอกลักษณ์ไว้หลังหนึ่ง เขาสร้างขึ้นมาเพื่อระลึกถึงและทำเป็นศูนย์การเรียนรู้แบบพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ใต้ถุนสูง ฝาผนังและหลังคามุงด้วยใบค้อ ภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ แสดงให้เห็นรากวัฒนธรรมความเป็นอยู่อย่างชัดเจน

แผนที่ บ้านโคกสลุง

 

บ้านดอนข่า ตามหาผ้าไหมผืนละ 80,000 บาท

บ้านดอนข่า
บ้านดอนข่า

บ้านดอนข่า

บ้านดอนข่า

บ้านดอนข่า

เก็บลูกไม้มาหมัก  บ้านดอนข่า

เก็บลูกไม้มาหมัก บ้านดอนข่า

ช่วงเดือนที่ผ่านมามีโอกาสไปเยือนบ้านดอนข่าหมู่บ้านเล็กๆ ในเขตอำเภอชนบท จ.ขอนแก่นได้เข้าไปฟังคำบรรยายจากผู้นำชุมชนที่โรงเรียน OTOP กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุโข แรกทีเดียวคิดว่าศูนย์แห่งนี้คงบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวการทอผ้าแต่เพียงอย่างเดียวเพราะเขามีชื่อเสียงเกี่ยวกับการนำลวดลายจากสิมเก่าแก่และภาษาโบราณมาปรับประยุกต์เป็นลายผ้า หรือเรื่องราวผ้าไหมราคาแพงผืนละ 80,000 บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นยินดี แต่ที่รูสึกดีกว่านั้นคือชุมชนแห่งนี้มีแนวคิดดีๆ ที่น่านำไปประยุกต์ใช้และเป็นตัวอย่างหลายเรื่อง เช่น สีย้อมผ้ามาจากพืชพรรณธรรมชาติพวกเขาทดลองนำพืชในถิ่นกำเนิดมาทำการทดลองหมักจนได้ผลเป็นที่น่าพอใจได้สีธรรมชาติที่งดงามแปลกตา

ใบไม้จากต้นเหมือดแอเอามาหมักทำสีย้อมผ้า  บ้านดอนข่า

ใบไม้จากต้นเหมือดแอเอามาหมักทำสีย้อมผ้า บ้านดอนข่า

เรื่องต่อมา เราไม่เห็นขยะสักชิ้นในหมู่บ้าน นั่นเนื่องจากเขาใช้วิธีการรับซื้อขยะจากเด็กๆ เด็กกลับจากโรงเรียนก็เก็บขยะ นำมาขายให้ทางกลุ่มหัตถกรรมฯ มีรายได้และช่วยให้หมู่บ้านสะอาดตา ส่งเสริมให้สะอาดใจ ซึ่งเชื่อว่ารายได้จากการเก็บขยะอาจหมดไปเพราะไม่เหลือขยะให้เก็บแล้ว

ชั้นตอนย้อมร้อน  บ้านดอนข่า

ชั้นตอนย้อมร้อน บ้านดอนข่า

เส้นไหมย้อมด้วยสีธรรมชาติไม่ผ่านเคมี  บ้านดอนข่า

เส้นไหมย้อมด้วยสีธรรมชาติไม่ผ่านเคมี บ้านดอนข่า

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าส่งเสริมคือการทอผ้าไหมและผ้าฝ้ายไม่ได้ทำเฉพาะผ้าขาวม้า ผ้าซิ่น ผ้าผืนแบบเดิมเพียงอย่างเดียว หากเขายังดีไซน์ให้ทันสมัย เข้ากับยุคสมัย ชิ้นที่ชอบมากเขาดีไซน์เสื้อผ้าไหมให้กลายเป็นกางเกง พูดให้เข้าใจง่ายคือจะใส่เป็นเสื้อก็ได้ใส่เป็นกางเกงก็ดี

สองผืนนี้ราคาเบาๆ 80,000 บาท  บ้านดอนข่า

สองผืนนี้ราคาเบาๆ 80,000 บาท บ้านดอนข่า

สองผืนนี้ราคาเบาๆ 80,000 บาท บ้านดอนข่า

สองผืนนี้ราคาเบาๆ 80,000 บาท บ้านดอนข่า

ส่วนเรื่องที่ทางกลุ่มพัฒนาต่อไปคือการทำบ้านต้นไม้ในลักษณะโฮมสเตย์ ตอนนี้เริ่มปลูกต้นมะค่าซึ่งเป็นต้นไม้ประจำหมูบ้านหลังจากนั้นจะสร้างบ้านหลังเล็กบนต้นไม้ที่เราเรียกว่า Tree House

วันนี้โฮมสเตย์อาจไกลตัวเพราะต้องรอต้นไม้เติบโตด้วยการใช้เวลาอีกอย่างน้อย 9 ปี แต่สิ่งดีๆ ที่ปรากฏอยู่แล้วควรถูกเผยแพร่และต่อยอดไปสู่ผลสำเร็จอื่นๆ ต่อไป ใครไม่เคยไปเยือนหมู่บ้านดอนข่าหากผ่านไปเที่ยวเมืองหมอแคนจ.ขอนแก่นผมว่าลองแวะเข้าไปเยี่ยมเยือนสักหน่อยน่าจะดีสำหรับผมอยากพัฒนาผ้าของบ้านดอนข่าให้ขยายสู่วงการเฟอร์นิเจอร์ครับ

ผ้าทอสำเร็จรูป  บ้านดอนข่า

ผ้าทอสำเร็จรูป บ้านดอนข่า

ตัดเป็นเสื้อผ้าทั้งชายหญิง  บ้านดอนข่า

ตัดเป็นเสื้อผ้าทั้งชายหญิง บ้านดอนข่า

ผ้าทอบ้านดอนข่า

ผ้าทอบ้านดอนข่า

ชิ้นนี้งานดีไซน์ใส่เป็นเสื้อได้ กางเกงก็ได้ แล้วแต่พึงพอใจ (กลับหัวเป็นหาง หางเป็นหัว)

หมายเหตุ
- ผ้าทอบ้านดอนข่าใช้วิธีการย้อมแบบย้อมเย็นและย้อมร้อน ในอนาคตการย้อมร้อยอาจน้อยลงนัยว่าการจุดไฟฝืนย้อมร้อนก่อเกิดเป็นมลพิษทางอากาศจึงหันมาย้อมเย็น
- ผ้าไหมและผ้าฝ้าย ไม่ได้เลี้ยงและปลูกเอง ส่วนสีทั้งหมดคิดเอง หมักเอง ทำเองทั้งหมด

ผ้าทอบ้านดอนข่า   |  ขวา บายศรีผ้าไหม

ผ้าทอบ้านดอนข่า | ขวา บายศรีผ้าไหม

บ้านดอนข่า

บ้านดอนข่า

ถนนสายเงียบสงบกลางหมู่บ้าน อีก 9 ปีจะมีบ้านต้นไม้เรียงรายสองข้างทาง (ผู้นำชุมชนเขาบอกอย่างนั้น) ผมว่าไปทำชานหมุบ้านก็ได้นะ ไม่รบกวนสภาพชุมชนเดิม

บ้านดอนข่า

บ้านดอนข่า

แผนที่บ้านดอนข่า

คลิปวีดีโอ ทั่วถิ่นแดนไทย : เห็น เป็น อยู่ บ้านดอนข่า จ.ขอนแก่น โดย Thai PBS