หอนาฬิกาเปลี่ยนสี จังหวัดเชียงราย

สถานที่ตั้ง : ถนนบรรพปราการ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
หอนาฬิกานี้ตั้งอยู่ที่ ถนนบรรพปราการ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย  ใช้เวลาการออกแบบและก่อสร้างนานประมาณ 5 ปี ซึ่งออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เปิดอย่างเป็นทางการ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551
ในเวลา 20.00 น. ของทุกวัน หอนาฬิกาแห่งนี้จะเปลี่ยนสีได้ สร้างความสวยงามประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมากในเขตเทศบาลนครเชียงรายมีหอนาฬิการวมแล้ว 2 จุด จุดแรก (หอนาฬิกาเก่า) ได้มีการเคลื่อนย้ายไปตั้งไว้ที่ตลาดสดเทศบาล บริเวณสามแยกโรงรับจำนำ ตั้งอยู่ห่างจากจุดก่อสร้างหอนาฬิกาใหม่ไปประมาณ 800 เมตร เปิดดำเนินการมาหลายปีแล้ว โดยหลายฝ่ายตั้งเป้าให้หอนาฬิกาทั้ง 2 จุด คือ สัญลักษณ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมืองเชียงราย

ไร่เชิญตะวัน (ว.วชิรเมธี)

ไร่เชิญตะวัน (ว.วชิรเมธี)

ที่ตั้ง

ต.ห้วยสัก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย

ไร่เชิญตะวัน เป็นศูนย์ปฎิบัติธรรม ที่ท่านพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิระเมธี) ได้สร้างขึ้น จากแรงบัดดาลใจ ที่ต้องการจะหาที่ปลีกวิเวกส่วนตัวสงบๆ ด้านหน้าถูกจัดทำเป็นห้องสมุดธรรมะให้กับผู้ปฏิบัติธรรม บริเวณส่วนกลางสนามมีเข็มทิศเข็มธรรม ปริศนาธรรมที่เป็นตุงล้านนาห้อยอยู่เป็นเอกลักษณ์

การเดินทางไป ศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวัน (ว.วชิรเมธี)

จากตัวเมืองเชียงราย ให้มุ่งหน้าไปทาง อ.เทิง ผ่านตำบลห้วยสัก ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร ผ่าน ต.ห้วยสัก ไปประมาณ 700 เมตร ถึงทางแยกให้เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะถึงศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวัน

 

ไร่บุญรอด (สิงห์ปาร์ค)

ไร่บุญรอด หรือที่รู้จักกันทั่วไปในอีกชื่อหนึ่งว่่า สิงห์ปาร์ค เป็นไร่ของบริษัท บุญรอด ผู้ผลิตเบียร์ไทยตราสิงห์ นักท่องเที่ยวทางมาสามารถใช้เส้นทางเดียวกับการเดินทางมาวัดร่องขุน อ.เมือง จ.เชียงราย ไร่บุญรอดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงเกษตรแห่งใหม่ ภายในไร่บุญรอดนอกจากจะมีแปลงปลูกข้าวบาร์เลต์ของเบียร์สิงห์ ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าแล้ว ยังมีพื้นที่เกษตรกรรม และไร่ชากว้างกว่า 600 ไร่   Continue Reading →

ดอยผาตั้ง

ดอยผาตั้ง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยว โดยตั้งอยู่ในเขตตำบาลปอ อำเภอเวียงแก่น จากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร ดอยผาตั้งเป็นยอดภูเขาสูงตั้งเผป็นดอยอยู่ติดกับสถานที่จอดรถและร้านค้าบริการ โดยจากยอดดอยนั้นสามารถรับชิมทัศนียภาพที่สวยงามอันจะสามารถเห็นฝั่งมีน้ำโขงฝั่งลาวและยังสามารถมองเห็นยอดของภูชี้ฟ้าที่อยู่ห่างออกไปจากดอยผาตั้งแห่งนี้อีกกว่า 25 กิโลเมตร

ดอยผาตั้งนั้นตั้งอยู่ใกล้ทางหลวงหมายเลข 1093 กิโลเมตรที่ 89 เป็นจุดชมวิวไทย-ลาว มีความสูง 1,635 เมตร และเที่ยวชมทะเลหมอกได้ตลอดปี ตั้งแต่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม มีดอกซากุระบานและเดือนกุมภาพันธ์ มีดอกเสี้ยวบานสะพรั่งงดงาม เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ ปัจจุบันประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา  Continue Reading →

วนอุทยานภูชี้ฟ้า

วนอุทยานภูชี้ฟ้า อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาว ท้องที่บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ที่ 9 และบ้านร่มฟ้าไทย หมู่ที่ 10 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย สถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมรภูมิรบที่เกิดจากความขัดแย้งทางความคิดและนโยบายการบริหารการปกครองระหว่างกลุ่มคนที่จัดตั้งตนเป็นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องเข้ามาปราบปรามหลังจากมีเหตุการณ์นองเลือด แต่หลังจากเรื่องราวต่างๆได้คลี่คลายลง ความสงบสุขได้กลับคืนสู่ผืนป่าอีกครั้ง ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้จึงได้ถูกค้นพบและบอกเล่ากล่าวขานกันเรื่อยมา
วนอุทยานแห่งนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1200-1628 เมตร มีหน้าผาสูงที่มีแนวยื่นเข้าไปในประเทศลาว และสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น จุดนี้เองที่เป็นจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่ง อากาศบนยอดเขาแห่งนี้จะค่อนข้างเย็นแต่มีฤดูกาลเป็นลักษณะแบบมรสุมเมืองร้อน แบ่งเป็น 3 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง ตุลาคม และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์  Continue Reading →

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น เป็นศาสนสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเชียงราย โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่มีลวดลายอ่อนช้อยและสีขาวโพลน สวยงามมากยามต้องแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาที่คอยเตือนใจผู้ที่แวะมาสักการะอีกด้วย

วัดร่องขุ่นเริ่มสร้างตั้งแต่พ.ศ. 2540 เป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ในอดีตวัดร่องขุ่นเป็นวัดเล็กๆ บนพื้นที่ 3 ไร่ที่เสื่อมโทรม ต่อมาอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตกรจังหวัดเชียงราย ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ในปี พ.ศ. 2554 ได้ตัดสินใจที่จะปรับปรุงวัดในบ้านเกิดแห่งนี้ใหม่ ด้วยแรงศรัทธาในศาสนาและความปรารถนาที่จะสร้างสมบัติให้กับประเทศไทย และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จากคำกล่าวที่ว่า “ผมหวังที่จะสร้างงานพุทธศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผมให้ปรากฏเป็นงาน ศิลปะที่ยิ่งใหญ่ชิ้นหนึ่งของโลกมนุษย์นี้ให้ได้ เพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของประเทศชาติของผมไปสู่มวลมนุษยชาติทั้งโลก”

โดยอาจารย์เฉลิมชัยออกแบบและลงมือก่อสร้างเองด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว รวมถึงเงินบริจาคที่จำกัดให้บริจาคได้ไม่เกินครั้งละ 10,000 บาท เพื่อแสดงเจตนารมย์ว่าสร้างด้วยศรัทธาและเพื่อศิลปะล้วนๆ ไม่ได้ต้องการสิ่งอื่นใด  Continue Reading →

อุทยานแห่งชาติขุนแจ

อุทยานแห่งชาติขุนแจ เดินทางไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่-เชียงรายบนทางหลวงหมายเลข 118 จะถึงที่ทำการอุทยาน ซึ่งอยู่ริมทางบริเวณ กม. ที่ 55-56  อุทยานแห่งชาติขุนแจตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2538 เป็นอุทยานที่มีความร่มรื่นสมบูรณ์ของป่า มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย มีสัตว์ป่าหลายชนิด ได้แก่ ชะมด หมูป่า เก้ง เม่น หมี ลิงลม  นกต่างๆ เช่น นกแซงแซวสีเทา เหยี่ยวรุ้ง นกตีทอง นกเขียวก้านทองปีกสีฟ้า เป็นต้น Continue Reading →

ดอยช้างดอยวาวี

ดอยวาวี ตั้งอยู่ที่ อำเภอ แม่สรวย จังหวัดเชียงราย แวะชิมชา – ชมทะเลหมอก หมู่บ้านจีนฮ่อ

ดอยวาวีเป็นชุมชนขนใหญ่ของชาวจีนฮ่อ กองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามาตั้งหลักปักฐานราว 50 ปีมาแล้ว ยึดอาชีพปลูกชาและผลไม้ท่ามกลางบรรยากาศอันสงบเงียบและทิวทัศน์งามของดอยสูงเช่นเดียวกับชุมชนดอยแม่สลอง แม้หมู่บ้านจะมีขนาดเล็ก แต่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกลิ่นอายชุมชนชาวจีนอันเรียบง่าย ราวกับอยู่ทางแถบยูนนานตอนใต้ของจีน

ขณะที่พ้นหมู่บ้านออกไปบนดอยก็เขียวขจีด้วยไร่ชาที่ลดหลั่นตามลาดเขา ช่วยประดับทิวทัศน์ชุมชนและเทือกดอยให้งดงามชวนมอง ใกล้กับดอยวาวีมีจุดชมทะเลหมอกอยู่บนดอยกาดผีซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อ.แม่สรวย เมื่อขึ้นไปยืนที่ชะง่อนผาสูง 1,500 เมตร จะสามารถมองเห็นทะเลหมอกหนาทึบเต็มหุบเขา พร้อมกับภาพอลังการของขุนเขาสลับซับซ้อนตามแนวเทือกดอยช้าง ดอยกาดผีอยู่ห่างจากดอยวาวีประมาณ 20 กิโลเมตร ตามเส้นทางค่อนข้างทุรกันดาร ระหว่างทางยังผ่านหมู่บ้านชาวอ่าข่าและเย้า Continue Reading →

วัดพระเจ้าทองทิพย์

วัดพระเจ้าทองทิพย์อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายตามถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย เลี้ยวขวากิโลเมตรที่ 121 ที่บ้านห้วยส้ม ผ่านตำบลศรีถ้อย เข้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร

ตามประวัติกล่าวว่า ประมาณ พ.ศ. 2076 พระเจ้าเชียงใหม่ได้ยกพระธิดาให้กับพระเจ้าโพธิสารกษัตริย์แห่งกรุงศรีสัตตนาคณหุต (สปป.ลาว) แต่ไม่มีโอรสจึงไปบนขอจากพระเจ้าทองทิพย์ พระมเหสีทรงประสูติพระโอรส พระนามว่าพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อพระชนมายุได้ 12 พรรษา พระเจ้าเชียงใหม่ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาได้สวรรคตไม่มีราชบุตรสืบราชบัลลังก์ ข้าราชบริพารได้ทูลขอพระไชยเชษฐาไปครองเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าโพธิสารก็ทรงอนุญาตและขอให้อัญเชิญพระเจ้าทองทิพย์ไปด้วย โดยล่องเรือมาตามลำน้ำโขง ลำน้ำกก และลำน้ำลาว เมื่อเดินทางถึงที่ตั้งวัดในปัจจุบัน เรือก็เกยตื้นไม่สามารถเดินทางต่อไปได้จึงได้นิมนต์พระเจ้าทองทิพย์ประดิษฐานไว้ ณ ที่นั่นเอง  Continue Reading →

วัดพระเจ้าล้านทอง

วัดพระเจ้าล้านทอง ถือเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในกำแพงเมืองเชียงแสน ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ชื่อของวัดนั้นตั้งตามพระประธานในวิหารหลวง คือ พระเจ้าล้านทอง ซึ่งในอดีตนั้น พระเจ้าทองงั่วหรือ พญาครีรับภูเงินกอง พระราชโอรสของพระเจ้าติโลกราชทรงโปรดให้หล่อขึ้นจากสำริด ซึ่งมีน้ำหนัก ล้านทอง หรือ ประมาณ 1,200 กิโลกรัม นั่นเองเป็นที่มาของชื่อ พระเจ้าล้านทอง ขนาดหน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง 3 เมตรเศษ  Continue Reading →

พระธาตุจอมจ้อ

พระธาตุจอมจ้อ เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิที่อยู่คู่เมืองเทิงมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ประวัติพระธาตุจอมจ้อจากคัมภีร์เก่าแก่ที่ตั้งโดยนักปราชญ์ผู้ชำนาญในด้านภาษาบาลีของอำเภอเมืองเทิง (เมืองเถิง) ในสมัยนั้นได้กล่าวว่า ในกาลสมัยเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาสุวรรณภูมิ พระองค์ได้พักอยู่ใต้ต้นอโศกบนดอยใกล้แม่น้ำอิง มีพญานาคตนหนึ่ง รู้ว่าพระพุทธองค์เสด็จมาจึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทูลถามความต่างๆแล้วจึงนำจ้อคำ 3 ผืนแล้วจ้อแก้วอีก 3 ผืน มาถวายพระพุทธองค์ พระอานนท์จึงขอทูลพระธาตุให้พระยานาคตนนั้น พระพุทธองค์จึงนำพระหัตถ์ลูบพระเศียรได้พระเกศาธาตุเส้นหนึ่ง จึงโปรดให้พญานาคไว้พญานาคจึงนำความแจ้งให้เจ้าเมืองเทิงสร้างพระธาตุไว้ที่กลางดอยเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุ ต่อมาจึงมีการขนานนามพระธาตุนั้นว่า พระธาตุจอมจ้อ Continue Reading →

แก่งผาได

แก่งผาได ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านห้วยลึก ตำบลม่วงยาย อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย อยู่ห่างจากตัวอำเภอไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 14 กิโลเมตร ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญของตำบลม่วงยาย  โดยมีพื้นที่ประมาณ 17 ไร่ เป็นสวนสาธารณะพักผ่อนหย่อนใจ มองเห็นธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนพฤษภาคม จะเป็นช่วงน้ำลดน้อยลง ทำให้มองเห็นโขดหินที่โผล่พ้นแม่น้ำปกคลุมไปด้วยพื้นพันธ์ธรรมชาติ ประกอบกับอากาศที่บริสุทธิ์ มองเห็นฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขง คือ สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  Continue Reading →

ท่าเรือบั๊ค

ท่าเรือบั๊ค  จุดผ่านแดนถาวรระหว่างไทย-ลาว ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย จุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถข้ามไปฝั่งลาวได้โดยติดต่อที่ว่าการอำเภอเชียงของ พร้อมรูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด และค่าธรรมเนียม 40 บาท หรือพาสปอร์ตโดยไม่ต้องทำวีซ่า

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศต้องขอวีซ่าจากสถานทูตหรือจากด่านเชียงของได้เลย (ด่านเปิดทุกวัน เวลา 06.30-18.30 น.)

จากจุดนี้สามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยเรือไปถึงหลวงพระบาง สปป.ลาว และกลับเข้าประเทศไทยที่จังหวัดหนองคายได้

ติดต่อ

ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ โทร. 0 5379 1663,0 5379 1332

หรือเชียงของการท่องเที่ยว โทร 0 5379 1993

พิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น

พิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น เป็นของเอกชน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-20.00 น. ค่าเข้าชม 50 บาท นอกจากนี้ยังจัดทัวร์เกวียน “ฟาร์ม คุ้มเจ้าเมือง” โดยเกษตรกรเลี้ยงวัวเทียมเกวียน บ้านสบรวก สามเหลี่ยมทองคำ โดยจัดนำเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 3 เส้นทาง คือ

  1. รอบบ่อปลา (ระยะสั้นประมาณ 15-20 นาที) เริ่มต้นจากจุดรับ ผ่านเข้าในแปลงทำนา วนรอบบ่อปลาในนาข้าว ชมวิธีการทำนาในแปลงนาสาธิตและธรรมชาติรอบ ๆ
  2. รอบพื้นที่ชายป่าและเนินเขา (ใช้เวลาประมาณ 40 นาที) เริ่มต้นจากจุดรับ ชมพื้นที่ทำนา และ ชมบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติจริง ๆ ผ่านดอยกองหลวงเมือง (คุ้มผีเจ้าเมือง) ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านไทยใหญ่
  1. รอบดอยกองหลวงเมือง (ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) เริ่มต้นจากจุดรับผ่านดอยกองหลวง วนรอบหนองน้ำหมู่บ้าน ชมพื้นที่ทำนาและบรรยากาศธรรมชาติรอบหมู่บ้าน

ที่ตั้ง

อยู่ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ ประมาณ 2 กิโลเมตร ทางไปดอยสะโง้ว

สอบถามรายละเอียดได้ที่

โทร. 0 5378 4060  โทรสาร.0 5378 4062

หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ

หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ อยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสน 9 กิโลเมตร เป็นสถานที่จัดแสดงถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของฝิ่นในสามเหลี่ยมทองคำ ต้นกำเนิดฝิ่น สงครามฝิ่น ผู้นำฝิ่นเข้ามาในเอเชีย ผลกระทบของฝิ่น การยุติการดำรงชีวิตที่ต้องพึ่งพิงกับการปลูกฝิ่นและเสพฝิ่น การฟื้นฟูสภาพชีวิตประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใจกลางสามเหลี่ยมทองคำของประเทศไทย เป็นการแสดงนิทรรศการพร้อมสัมผัสกับเรื่องราวต่าง ๆ ของฝิ่นแบบคล้ายจริง ใช้เวลาชมเรื่องราวต่าง ๆ ในหอฝิ่นประมาณ 1-2 ชั่วโมง

เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 08.30-16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 150 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท นักเรียน/นักศึกษา 50 บาท เด็กอายุ 12-18 ปี 50 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พระสงฆ์/คนพิการ 50 บาท

ติดต่อ

โทร. 0 5378 4444-6

www.goldentrianglepark.com